เว็บไซต์นี้ไม่เหมาะสำหรับ พวกคลั่งชาติคลั่งศาสนาและ ผู้ที่มีเยื่ออารมณ์บาง ผู้ปกครองควร พิจารณา ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวหรือกติกาที่สวยงามอะไรซ่อนอยู่ที่นี่ และคำตอบสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช่หรือไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับจินตนาการและจุดยืนของแต่ละผู้คน เราคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนคำสนทนากัน หากเรามีแง่คิดและมุมมองที่เหมือนกัน ชีวิตคงจะน่าเบื่อหน่าย ถ้าเรามัวแต่คิดอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าที่จะแปลกแยกแตกต่างและผ่าเหล่า "sex in islam" ไม่ใช่ข้อสรุปหรือบทพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องใช่หรือไม่ใช่ แท้จริงอาจเป็นแค่เพียงบ่อน้ำที่ตื้นเขิน รอปลากระเสือกกระสน มาดิ้นตาย (คำคมเก็บมาจากบ้านจอมยุทธ์ดอทคอม) อ่านกระทู้ด้านศาสนาโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ
     Home
     Contact
     กระดานเสวนา
     สมุดเยี่ยม
     Link list
     เรื่องราวแห่งความรัก
     การทำความสะอาด
     สำหรับมุสลิมมะฮฺ
     => มุสลิมะห์กับการเดินทางโดยไม่มีมะหรอม
     => คุณลักษณะการเป็นภรรยาที่ดี
     => สตรีในอิสลาม
     ชายมุสลิม
     เพศสัมพันธ์ในอิสลาม
     สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
     คืนแรกอันงดงาม
     สิทธิสำหรับภรรยาในการร่วมหลับนอน
     การแต่งงานแบบมุสลิม
     “สามีที่ประสบความสำเร็จ”
     ซีนาและ บทลงโทษ
     การครองเรือนกับภรรยาหลายคน
     รักร่วมเพศในทรรศนะอิสลาม.
     ร่วมรักที่เจ็บจริงๆ นะคุณ
     ทำงานหนัก “เซ็กซ์เสื่อม”?
     ชอบ รัก หลง แตกต่างกันอย่างไร?
     อะไร? คือ ความรัก
     สปีชี่ส์ ของคน “โสด”
     ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
     ดื่มน้ำรักษาโรค
     เรื่องเซ็กส์ ที่ครอบครัวควรรู้
     การดูแลหลังคลอดแบบแผนไทย
     นวดกายคลายโรค
     Sex ประตูหลัง สุขสุดๆ หรือเสี่ยงสลด !
     เซ็กส์กับคนอ้วน
     นวดตัวเอง 14 กระบวนท่า
     เหตุที่ทำให้สามีนอกใจ
     แม่ผัวลูกสะใภ้
     เป็นสามี-ภรรยา-พ่อแม่ดีอย่างไร
     ฐานะสตรี..ในอิสลาม
     กุญแจเปิดอารมณ์ความต้องการของภรรยา
     การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ
     วิตามินเพื่อพลัง
     มารยาทในคืนแรก
     ปัญหาพิศดารของชีวิตคู่
     ตรวจก่อนแต่ง ลดปัญหาชีวิตคู่
     4 ข้อห้าม....ยามเกิดปัญหาในชีวิตคู่
     ชีวิตคู่ 7 แบบ
     คำพูดดีดี ในชีวิตคู่
     ที่ต้องปฏิบัติเมื่อลูกเกิด
     เครียดเพราะเซ็กซ์
     เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น...เป็นฉันใด
     เสน่ห์หญิงเป็นอมตะ
     11 ข้อคิดเกี่ยวกับเซ็กซ์
     ชั้นเชิงชาย
     สุขภาพจิตในทัศนะอิสลาม
     ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย
     การวางตัวของสตรี (ให้พ้นจากภัยในบ้าน)
     มาตรการ ป้องกันการซินา 1
     มาตรการ ป้องกันการซินา2
     ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา
     การข่มขืน(ประวัติศาตร์ของการข่มขืน)

ร่างกายที่แข็งแรงคือร่างกายเคลื่อนไหว จิตใจที่เข้มแข็งคือจิตใจที่สงบนิ่ง วัสสาในวาโย บนถนนที่ทอดยาวของชีวิต ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเจอก้อนหินและขวากหนามขวางกั้นทั้งสิ้น ไม่มีเส้นทางใดที่งดงามและเรียบสงบ แต่น่าแปลกที่บางคนมองเห็นหลุมดำใหญ่มหึมา ขณะที่บางคนมองเห็นแค่เพียงแค่ร่องรอยขรุขระ


sexinislam - มุสลิมะห์กับการเดินทางโดยไม่มีมะหรอม


จากเวบ www.alisuasaming.com

คำถาม

อยากให้ช่วยอธิบายเกี่ยวกับฮุก่มการเดินทางและค้างคืนของผู้หญิง ค่ะ ว่าต้องมีมะหรอมหรือไม่อย่างไร กำหนดระยะทางไว้หรือไม่  ขอหลักฐานที่ชัดเจนด้วยค่ะ

อยากให้ช่วยยกหลักฐานที่เกี่ยวกับการสุหญูดของมุสลิมะห์ปิดหน้าค่ะ เคยทราบมาว่า มีฮะดิษที่ท่านนบีคลุมร่างกายหมดทำการละหมาดแต่นบีก็ยังเปิดบริเวณหน้าผากไว้ มีฮะดีษนี้หรือไม่ แต่เป็นที่น่าเชื่อถือได้หรือไม่ค่ะ

อยากทราบความหมายของอายะฮกุรอ่านที่อัลลอฮสั่งใช้ให้ มุสลีมะห์อยู่ในบ้าน " และจงอยู่ในบ้านเรือนของพวกเธอและอย่าได้โอ้อวดความงามของพวกเธอเช่นการโอ้อวดความงาม(ของพวกสตรี)แห่งความงมงายในยุคก่อน "(อัลอะหซาบ:33) อยากทราบว่า การทำงานนอกบ้านของมุสลีมะห มีความจำเป็นหรือไม่ ถือเป็นความผิดหรือไม่ ถ้ามุสลีมะห์ คนนั้นไม่ได้มีความเดือดร้อนในด้านการเงิน หากไม่ได้ออกไปทำงาน มุสลีมะห์ คนนั้นจำเป็นที่จะต้องอยู่ในบ้านมากกว่าหรือไม่ ช่วยยกหลักฐานสนับสนุนด้วยค่ะ


ยาซากิลลาฮุคอยรอน

คำตอบ

الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛


1.ในซ่อฮีฮฺ  อัลบุคอรีย์  มีหะดีษระบุว่า  :

لاتُسَافِرِالْمَرْأَةُ ﺋﻼ ﺋﺔَ أَيَّامٍ إلامع ذِىْ مَحْرَمٍ

“สตรีอย่าได้เดินทางเป็นเวลา  3  วันนอกจากพร้อมกับผู้ที่เป็นมะฮฺร็อมฺ”  (ญาติที่ห้ามแต่งงานด้วย) 

และในซ่อฮีฮฺ  มุสลิม  มีหะดีษระบุว่า  :

لاَتَحِلُّ لاِمْرَأَةٍ تُؤمِنُ بِاللهِ وَاليَوْمِ الآخِرِتُسَافِرُمَسِيْرَةَ ﺋﻼثِ لَيَالٍ إلاومَعَهَاذُوْ مَحْرَمٍ

“ไม่อนุมัติสำหรับสตรีที่ศรัทธาต่ออัลลอฮฺและวันสุดท้ายที่นางจะเดินทางในระยะทาง  3  คืน  นอกจากว่ามีผู้ที่เป็นมะฮฺร็อมอยู่พร้อมกับนาง”  ในบางกระแสรายงานระบุระยะเวลาในการเดินทางว่า  1  วัน  1  คืน  (รายงานโดยมาลิก,  อัลบุคอรีย์,  มุสลิม,  อบูดาวูด,  อัตติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮฺจากอบีฮุรอยเราะฮฺ)  ในบางกระแสรายงานระบุว่า  ระยะทาง  2  วัน  (รายงานโดยอัลบุคอรีย์และมุสลิม  จากอบี  สะอีด)  ก็มี 



นักวิชาการอธิบายว่า  :  การรายงานที่แตกต่างกันเป็นไปตามความแตกต่างของบรรดาผู้ถามและคำถามของพวกเขา  จึงมีคำตอบจากท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  แตกต่างกันไป  นอกจากว่าท่านอิหม่ามอบีฮะนีฟะฮฺ  (ร.ฮ.)  ได้ให้น้ำหนักกับหะดีษที่รายงานจากท่านอิบนุ  อุมัร  (ร.ฎ.)  ซึ่งระบุระยะเวลาการเดินทาง  3  คืน  และท่านมีความเห็นว่า  ไม่ต้องพิจารณาเรื่องของมะฮฺร็อมนอกจากในการเดินทางไกลที่มีระยะทางให้ละหมาดย่อได้  อันเป็นริวายะฮฺ  (การรายงาน)  หนึ่งจากท่านอิหม่ามอะฮฺหมัด  (ร.ฮ.)  และบรรดาหะดีษเหล่านี้ครอบคลุมการเดินทางทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่วาญิบ  เช่น  เดินทางเพื่อไปเยี่ยมเยือน  (ซิยาเราะฮฺ)  การค้าขายหรือการแสวงหาความรู้  เป็นต้น 



และนักวิชาการฟิกฮฺได้มีทัศนะเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางของสตรีเอาไว้ดังนี้

1.ส่วนหนึ่งยึดตามนัยปรากฏชัด  (ซฺอฮิรฺ)  ของบรรดาหะดีษที่ถูกระบุมา  และถือว่าเป็นที่ต้องห้ามในการเดินทางของสตรีที่ไม่มีมะฮฺร็อมร่วมเดินทางไปด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น  แม้กระทั่งการเดินทางไปประกอบฟัรฎูฮัจญ์ก็ตาม

2.ส่วนหนึ่งยกเว้นสตรีผู้สูงอายุที่ไม่มีปัญหาในเรื่องอารมณ์ทางเพศ  ดังมีการถ่ายทอดจากท่านอัลกอฎีย์  อบุลวะลีด  อัลบาญีย์  จากนักวิชาการสังกัดมัซฮับมาลิกียะฮฺ

3.ส่วนหนึ่งยกเว้นเอาไว้ในกรณีที่สตรีผู้นั้นเดินทางไปพร้อมกับเหล่าสตรีด้วยกัน  ซึ่งไว้เนื้อเชื่อใจได้  หรือเดินทางไปพร้อมกับมุสลิมะฮฺที่เป็นเสรีชนที่เชื่อถือได้เพียงคนเดียวก็พอ

4.ส่วนหนึ่งพิจารณาถึงความปลอดภัยของเส้นทาง  ทัศนะนี้ชัยคุลอิสลาม  อิบนุ  ตัยมียะฮฺ  (ร.ฮ.)  เลือกเอาไว้  และท่านอัลกะรอบีซีย์ได้ถ่ายทอดจากอิหม่ามอัชชาฟิอีย์  (ร.ฮ.)  ในเรื่องการทำฮัจญ์สุนัต  ท่านอัลฮาฟิซฺ  อิบนุ  ฮะญัร  (ร.ฮ.)  กล่าวว่า  :  ที่มัชฮู๊ร  (รู้กันดี)  ในหมู่นักวิชาการสังกัดมัซฮับอัชชาฟิอีย์  คือ  กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีสามีหรือมะฮฺร็อม หรือกลุ่มสตรีที่เชื่อถือได้ร่วมเดินทางไปด้วย  ในคำกล่าวหนึ่งระบุว่า  มีสตรีมุสลิมะฮฺที่เชื่อถือได้เพียงคนเดียวก็พอ  ในอีกคำกล่าว  (เกาว์ลุน)  หนึ่งที่อัลกะรอบีซีย์รายงานเอาไว้และเป็นทัศนะที่ถูกต้องในอัลมุฮัซซับ  ระบุว่า  :  นางเดินทางคนเดียวได้เมื่อเส้นทางมีความปลอดภัย



เมื่อปรากฏว่าประเด็นเหล่านี้ถูกกล่าวถึงในเรื่องการเดินทางเพื่อประกอบพิธีฮัจญ์และอุมเราะฮฺ  ก็สมควรถือเป็นมาตรฐานในข้อชี้ขาดสำหรับการเดินทางทั้งหมด  ดังที่นักวิชาการบางท่านได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในเรื่องดังกล่าว  (ฟัตฮุ้ลบารีย์  เล่มที่  4  หน้า  447)  สำนักพิมพ์มุสตอฟา  อัลฮะละบีย์) 



และส่วนหนึ่งจากหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอนุญาตให้สตรีเดินทางได้โดยไม่มีมะฮฺร็อมขณะที่มีความปลอดภัยในเส้นทางและมีบรรดาสตรีที่เชื่อถือร่วมเดินทางไปด้วย  คือ  หะดีษที่อิหม่ามอัลบุคอรีย์  รายงานว่า 

ท่านอุมัร  (ร.ฎ.)  ได้อนุญาตแก่บรรดาภริยาของท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  ในการประกอบพิธีฮัจญ์ครั้งสุดท้ายของท่าน  โดยส่งท่านอุสมาน  อิบนุ  อัฟฟานและท่านอับดุรเราะฮฺมานไปพร้อมกับพวกนาง  ซึ่งท่านอุมัรท่านอุสมาน,  ท่านอับดุรเราะฮฺมานและเหล่าภริยาของท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  เห็นพ้องกันถึงสิ่งดังกล่าว  และไม่มีซอฮาบะฮฺท่านอื่นใดคัดค้านพวกนางในเรื่องดังกล่าว  ซึ่งถือว่าเป็นอิจญมาอฺ  นักวิชาการได้พิจารณาว่า  การเดินทางในอดีตกับการเดินทางในปัจจุบันมีความแตกต่างกัน  ซึ่งการเดินทางในปัจจุบันเป็นการเดินทางโดยอาศัยเครื่องมือในการขนย้ายผู้โดยสารเป็นหมู่คณะและมีความปลอดภัยในการเดินทาง  (สรุปความจากฟะตาวา  มุอาซิเราะฮฺ  ;  ดร.ยูซุฟ  อัลก็อรฎอวีย์  เล่มที่  1  หน้า  351-353)




2.ตามมัซฮับอัชชาฟิอีย์ ถือว่าจำเป็นต้องเปิดเผยในส่วนของหน้าผากขณะทำการก้มสุหญูดโดยไม่มีสิ่งปิดกั้น  (กิตาบ  อัลมัจญ์มูอฺ  ชัรฮุ้ลมุฮัซซับ  ;  อันนะวาวีย์  เล่มที่  3  หน้า  399-400)  ดังนั้นหากมุสลิมะฮฺปิดหน้าในส่วนของหน้าผากของนางก็ถือว่าการสุหญูดใช้ไม่ได้  แต่ถ้านางปิดเฉพาะส่วนล่างของใบหน้าและเปิดส่วนของหน้าผากก็ถือว่าใช้ได้  ส่วนหะดีษที่ถามมายังไม่พบครับ!




3.อายะฮฺที่  33  จากซูเราะฮฺอัลอะฮฺซ๊าบฺนั้น  โต้ตอบกับบรรดาภริยาของท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  ซึ่งถึงแม้ว่าจะโต้ตอบกับพวกนางแต่บุคคลอื่นจากเหล่ามุสลิมะฮฺก็เข้าอยู่ในความหมายของการโต้ตอบนั้นด้วย  ทั้งนี้เพราะหลักนิติธรรมอิสลามได้มีคำสั่งใช้ให้พวกนางประจำอยู่ในบ้านของพวกนาง  และไม่ออกจากบ้านของพวกนางนอกจากมีความจำเป็น  (อัตตัฟซีร  อัลมุนีร  ;  ดร.วะฮฺบะฮฺ  อัซซุฮัยลีย์  เล่มที่  22  หน้า  13) 



การที่มุสลิมะฮฺประจำอยู่ในบ้านเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกนาง  แต่ก็มิได้หมายความว่า  สตรีมุสลิมะฮฺไม่สามารถออกจากบ้านของพวกนางโดยปิดตัวจากโลกภายนอกตลอดชีวิต  ทั้งนี้อายะฮฺที่  32  จากซูเราะฮฺอัลอะฮฺซาบฺ  ระบุว่า  :  “โอ้บรรดาสตรี  (ภรรยา)  ของนบีเอ๋ย  พวกเธอไม่เหมือนกับผู้หนึ่งผู้ใดจากบรรดาสตรีทั้งหลาย”  นั่นหมายความว่า  สำหรับบรรดาสตรีผู้เป็นภริยาของท่านนบี  (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม)  นั้นมีความเป็นพิเศษ  (الخُصُوْصِيَّةُ)  ซึ่งสตรีอื่นไม่มี  และพวกนางมีกฎระเบียบในการวางตัวเข้มงวดกว่าสตรีโดยทั่วไป 



ทั้ง ๆ ที่เป็นเช่นนี้  อายะฮฺที่  33  ก็มิได้ห้ามมิให้ท่านหญิงอาอิชะฮฺ  (ร.ฎ.)  จากการออกสู่สมรภูมิอูฐ  เพื่อเรียกร้องสิ่งที่พระนางเชื่อว่าเป็นสิ่งถูกต้องในเรื่องทางการเมือง  และพร้อมกับนางก็มีบรรดาซ่อฮาบะฮฺชั้นอาวุโสและอีก  2  ท่านที่ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่งค่อลีฟะฮฺ  และเป็น  2  ท่านจากเหล่าบุคคลที่ถูกแจ้งข่าวดีในการได้รับสวนสวรรค์  และสิ่งที่ถูกรายงานมาว่าท่านหญิงเสียใจต่อท่าทีดังกล่าว  ก็มิใช่เป็นเพราะการออกจากบ้านของท่านหญิงไม่ถูกต้องตามหลักศาสนบัญญัติ  แต่เป็นเพราะความเห็นของท่านหญิงในเรื่องการเมืองเป็นสิ่งที่ห่างไกลจากการเตาฟีก   



และถ้าเรายึดถือความเห็นของนักวิชาการฝ่ายที่ระบุว่าอายะฮฺนี้ครอบคลุมสตรีทั้งหมด  นั่นก็มิได้หมายความต้องกักพวกนางเอาไว้ในบ้านโดยมิให้ออกจากบ้าน  เพราะการกักตัวดังกล่าวนี้เป็นบทลงโทษสำหรับสตรีที่ประพฤติผิดประเวณี  ดังปรากฏในอายะฮฺที่  15  จากซูเราะฮฺอันนิซาอฺ  (ฟะตาวา  มุอาซิเราะฮฺ  ;  ดร.ยูซุฟ  อัลก็อรฎอวีย์  เล่มที่  3  หน้า  285-286) 



ส่วนกรณีการทำงานของสตรีนอกบ้านนั้น  นักวิชาการระบุว่า  การทำงานเป็นสิทธิสำหรับมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือเป็นหญิง  ยิ่งไปกว่านั้นยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น  เพราะการทำงานเป็นสื่อของการดำรงชีวิต  และทั้งชายหญิงย่อมมีสิทธิในการทำงานในด้านที่มีความเหมาะสม  นักวิชาการระบุว่า  :  การออกนอกบ้านของสตรีเพื่อทำงานนั้นถูกตั้งเงื่อนไขว่าต้องไม่มีความบกพร่องในหน้าที่ภารกิจพื้นฐาน  ซึ่งคือบ้านนั่นเอง  และต้องได้รับการยินยอมจากสามีของนาง  และนางจำต้องระวังรักษากฎระเบียบในด้านมารยาทเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างเพศ  (สรุปความจากอะฮฺซะนุ้ลกะลาม  ฟิลฟะตาวา  วัลอะฮฺกาม ; ชัยค์  อะฎียะฮฺ  ศ็อคร์  เล่มที่ 3 หน้า 336-340) 




ดร.ยูซุฟ  อัลก็อรฎอวีย์ก็มีความเห็นว่าอนุญาตให้สตรีทำงานนอกบ้านได้  ซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นเรื่องที่ส่งเสริม  หรือบางทีก็เป็นสิ่งจำเป็นเมื่อนางจำต้องทำงาน  อาทิเช่น  การที่นางเป็นสตรีหม้าย  หรือถูกหย่า  และไม่มีแหล่งรายได้  และผู้เลี้ยงดู  แต่การทำงานของนางก็มีเงื่อนไขอยู่หลายประการ  อาทิเช่น  งานที่นางจะทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับหลักศาสนบัญญัติ  กล่าวคือ  ไม่ใช่สิ่งต้องห้ามหรืออาจจะนำไปสู่การประพฤติผิดสิ่งต้องห้าม  เช่น  เป็นคนรับใช้ชายโสด,  เป็นเลขาฯพิเศษของชายผู้เป็นผู้จัดการที่จำต้องอยู่กัน  2  ต่อสองในขณะทำงาน  หรือเป็นนักเต้นรำ  เป็นต้น  และนางจะต้องมีความเคร่งครัดในมารยาทของสตรีมุสลิมะฮฺเมื่อออกจากบ้านทั้งเรื่องเครื่องแต่งกาย,  การเดิน,  คำพูดและอากัปกริยา  เป็นต้น  (ฟะตาวา  มุอาซิเราะฮฺ  ;  ดร.ยูซุฟ  อัลก็อรฎอวีย์  เล่มที่  2  หน้า  303-306


والله أعلم بالصواب





Add comment to this page:
Your Name:
Your message:

Today, there have been 35 visitors (197 hits) on this page!

** การศรัทธาของคนๆหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าเขา จะรักพี่น้อง(มุสลิม)ของเขา เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของ เขาเอง ** (บันทึกโดย บุคอรี-มุสลิม) ** เท้าทั้งสองขอลูกหลานอาดัมจะยังไม่ก้าวเดินไปไหน ในวันกิยามะฮฺ จนกว่าจะถูกถามเกี่ยวกับอายุของเขาหมด ไปในทางใด จากความรู้ของเขาปฎิบัติตัวอย่างไร จากทรัพย์สมบัติของเขาได้มาและใช้จ่ายไปในทิศ ทางใด และจากร่างกายของเขาทรุดโทรมลงไปใน ทางใด ** (บันทึกโดย ติรมีซีย์ ) ===================== ส่งเมล์ถึงเว็บมาสเตอร์ ส่งเมล์ถึง Webmaster

อิสลามกับสันติวิธ๊

อาหารมุสลิมในเชียงใหม่

ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ

สนง.อิสลามเชียงใหม่

พัฒนาชุมชนมุสลิม ชม.

muslimchaingmaithailand

องค์กรมุสลิมพัฒนาประชาธิปไตยภาคเหนือ

บอร์ดครอบครัวchumpon free website แจก java script code รวมของฟรีในเน็ต รวมเว็บไซต์ไทย --

====== ========= =========
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=
ข้อความจากเว็บบอร์ด และที่อื่นๆ ที่เปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้แสดงความคิดเห็น นำเสนองานเขียน และแนะนำติชม ฯลฯ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน sex in islam ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ เพราะไม่สารารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง พบข้อความที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดี แจ้งมาที่ เจ้าบ้าน เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป