เว็บไซต์นี้ไม่เหมาะสำหรับ พวกคลั่งชาติคลั่งศาสนาและ ผู้ที่มีเยื่ออารมณ์บาง ผู้ปกครองควร พิจารณา ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวหรือกติกาที่สวยงามอะไรซ่อนอยู่ที่นี่ และคำตอบสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช่หรือไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับจินตนาการและจุดยืนของแต่ละผู้คน เราคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนคำสนทนากัน หากเรามีแง่คิดและมุมมองที่เหมือนกัน ชีวิตคงจะน่าเบื่อหน่าย ถ้าเรามัวแต่คิดอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าที่จะแปลกแยกแตกต่างและผ่าเหล่า "sex in islam" ไม่ใช่ข้อสรุปหรือบทพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องใช่หรือไม่ใช่ แท้จริงอาจเป็นแค่เพียงบ่อน้ำที่ตื้นเขิน รอปลากระเสือกกระสน มาดิ้นตาย (คำคมเก็บมาจากบ้านจอมยุทธ์ดอทคอม) อ่านกระทู้ด้านศาสนาโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ
     Home
     Contact
     กระดานเสวนา
     สมุดเยี่ยม
     Link list
     เรื่องราวแห่งความรัก
     การทำความสะอาด
     สำหรับมุสลิมมะฮฺ
     ชายมุสลิม
     เพศสัมพันธ์ในอิสลาม
     สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
     คืนแรกอันงดงาม
     สิทธิสำหรับภรรยาในการร่วมหลับนอน
     การแต่งงานแบบมุสลิม
     “สามีที่ประสบความสำเร็จ”
     ซีนาและ บทลงโทษ
     การครองเรือนกับภรรยาหลายคน
     รักร่วมเพศในทรรศนะอิสลาม.
     ร่วมรักที่เจ็บจริงๆ นะคุณ
     ทำงานหนัก “เซ็กซ์เสื่อม”?
     ชอบ รัก หลง แตกต่างกันอย่างไร?
     อะไร? คือ ความรัก
     สปีชี่ส์ ของคน “โสด”
     ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
     ดื่มน้ำรักษาโรค
     เรื่องเซ็กส์ ที่ครอบครัวควรรู้
     การดูแลหลังคลอดแบบแผนไทย
     นวดกายคลายโรค
     Sex ประตูหลัง สุขสุดๆ หรือเสี่ยงสลด !
     เซ็กส์กับคนอ้วน
     นวดตัวเอง 14 กระบวนท่า
     เหตุที่ทำให้สามีนอกใจ
     แม่ผัวลูกสะใภ้
     เป็นสามี-ภรรยา-พ่อแม่ดีอย่างไร
     ฐานะสตรี..ในอิสลาม
     กุญแจเปิดอารมณ์ความต้องการของภรรยา
     การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ
     วิตามินเพื่อพลัง
     มารยาทในคืนแรก
     ปัญหาพิศดารของชีวิตคู่
     ตรวจก่อนแต่ง ลดปัญหาชีวิตคู่
     4 ข้อห้าม....ยามเกิดปัญหาในชีวิตคู่
     ชีวิตคู่ 7 แบบ
     คำพูดดีดี ในชีวิตคู่
     ที่ต้องปฏิบัติเมื่อลูกเกิด
     เครียดเพราะเซ็กซ์
     เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น...เป็นฉันใด
     เสน่ห์หญิงเป็นอมตะ
     11 ข้อคิดเกี่ยวกับเซ็กซ์
     ชั้นเชิงชาย
     สุขภาพจิตในทัศนะอิสลาม
     ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย
     การวางตัวของสตรี (ให้พ้นจากภัยในบ้าน)
     มาตรการ ป้องกันการซินา 1
     มาตรการ ป้องกันการซินา2
     ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา
     การข่มขืน(ประวัติศาตร์ของการข่มขืน)

ร่างกายที่แข็งแรงคือร่างกายเคลื่อนไหว จิตใจที่เข้มแข็งคือจิตใจที่สงบนิ่ง วัสสาในวาโย บนถนนที่ทอดยาวของชีวิต ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเจอก้อนหินและขวากหนามขวางกั้นทั้งสิ้น ไม่มีเส้นทางใดที่งดงามและเรียบสงบ แต่น่าแปลกที่บางคนมองเห็นหลุมดำใหญ่มหึมา ขณะที่บางคนมองเห็นแค่เพียงแค่ร่องรอยขรุขระ


sexinislam - ฐานะสตรี..ในอิสลาม


ฐานะสตรี..ในอิสลาม

 


 


      ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน…   

กุรอาน 114 ซูเราะห์ (บท) มีอยู่ซูเราะห์หนึ่ง เป็นซูเราะห์ลำดับที่ 4 มีนามว่า อัน-นิซาอฺ (An-Nisaa) แปลว่า บรรดาสตรี...เพราะเนื่องจากว่า ในซูเราะห์นี้ ได้กล่าวเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และข้อปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับสตรีไว้มากมาย อันแสดงถึงการให้ความสำคัญต่อข้อควรปฏิบัติของสตรี ในหลักการของอิสลาม ฐานะของสตรีในอิสลาม ...อัลเลาะห์ได้ทรงกำหนดให้สตรีมีความเท่าเทียมกับบุรุษในความเป็นมนุษย์

เฉกเช่นความเท่าเทียมกันในการรับผลบุญและการลงโทษในการประพฤติปฏิบัติ อัลเลาะห์ตรัสว่า : “ผู้ใดปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้นเราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขาที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้" (กุรอาน 16:97 ) โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย ไม่อนุมัติแก่พวกเจ้าที่พวกเจ้าจะเอาบรรดาผู้หญิงเป็นมรดกด้วยการบังคับ (กุรอาน 4:19)

อิสลามกล่าวว่า "ในวันพิพากษา หากสตรีคนใดจะต้องถูกลงโทษ เพราะ ความผิดของนางในโลกนี้แล้ว ...ผู้ชาย 4 คนซึ่งได้แก่ บิดา พี่ชายหรือน้องชาย สามีและลูกชาย จะต้อง ร่วมรับผิดชอบด้วย หากเขาเหล่านั้น มิได้ทำการตักเตือน สั่งสอนหรือห้าปรามนาง" อิสลามกล่าวว่า "ในวันพิพากษา หากสตรีคนใดจะต้องถูกลงโทษ เพราะ ความผิดของนางในโลกนี้แล้ว ...ผู้ชาย4 คนซึ่งได้แก่ บิดา พี่ชายหรือน้องชาย สามีและลูกชาย จะต้อง ร่วมรับผิดชอบด้วย หากเขาเหล่านั้น มิได้ทำการตักเตือน สั่งสอนหรือห้าปรามนาง" นอกจากนี้ อิสลามยังได้วางกฎเกณฑ์ในด้านต่าง ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสตรี และสิทธิอันชอบธรรมของบรรดาสตรีทั้งมวล


--------------------------------------------------------------


   สิทธิของสตรีในการแสวงหาความรู้ …

อิสลามไม่ได้ห้ามหรือขัดขวางสตรีในการแสวงหาความรู้ ดังที่นักวิชาการตะวันตกมักโจมตี โดยมักยกเอากรณี ตาลีบัน มาเป็นข้ออ้าง แต่เขาเหล่านั้นกลับไม่เคยอ้างถึงหลักการที่แท้จริงของอิสลามเลย... ...ท่านศาสนทูต กล่าวว่า "การแสวงหาความรู้ เป็นข้อบังคับเหนือมุสลิมทุกคน และแท้จริงผู้แสวงหาความรู้นั้น ทุกๆสิ่ง จะขออภัยให้แก่เขา แม้แต่ปลาในท้องทะเล" (รายงานโดย อิบนุอับดิลบัรรฺ จาก อนัส) และหะดิษที่ว่า “จงศึกษาตั้งแต่อยู่ในเปล จนถึงหลุมฝังศพ” ...เกี่ยวกับการทำงาน หรือการเรียนรู้ที่ต้องออกจากบ้านนั้น .....เชค ดอกเตอร์ ซอและห์ บิน เฟาซาน บิน อับดุลเลาะฮ์ อัลเฟาซาล ได้ฟัตวา(วินิจฉัยชี้ขาด) ว่า 1. นางหรือสังคมมีความจำเป็นที่จะต้องทำงานนั้นโดยไม่มีผู้ชายมาทำ 2. งานนั้นต้องเป็นงานรองหลังจากงานหลักของนางที่บ้าน (คือ งานบ้านต้องสำคัญเป็นอันดับแรก) 3. เป็นงานที่ทำในแวดวงของผู้หญิง ไม่ปะปนกับผู้ชาย เช่น สอนนักเรียนหญิง รักษาพยาบาลคนไข้หญิง เป็นต้น หรือมีการแยกส่วนกันอย่างชัดเจน 4. อนุญาตหรือจำเป็นที่สตรีต้องเรียนรู้ศาสนาเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวของนาง และเรียนสิ่งที่มีความจำเป็นต่อตัวนางในการใช้ชีวิตบนโลกนี้ โดยการเรียนการสอนต้องไม่ปนกับ ผู้ชาย นางสามารถไปเรียนที่มัสยิด ได้แต่นางต้องแต่งตัวมิดชิด แยกจากผู้ชาย ....นอกจากนี้ท่านนบีมุฮัมมัดได้สนับสนุนให้พ่อแม่ อบรบสั่งสอนลูกสาวให้มีความรู้เละมีคุณธรรม โดยกล่าวว่า “ใครที่เลี้ยงลูกสาวอย่างดีจนกระทั่งโต เขากับฉันจะได้อยู่ด้วยกันในวันแห่งการฟื้นคืนชีพ”...แล้วท่านก็ยกนิ้วสองนิ้วติดกัน


--------------------------------------------------------------

     สตรีมุสลิมในฐานะมารดา …

อิสลามกล่าวยกย่องสตรี ในฐานะมารดาไว้มากมาย และประณามผู้ที่ทำให้มารดาของตนต้องได้รับความเสียใจไว้อย่างรุนแรง อาทิเช่น "และพระเจ้าของเจ้าบัญชาว่า พวกเจ้าอย่าเคารพภักดีผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้นและจงทำดีต่อบิดามารดาเมื่อผู้ใดในทั้งสองหรือทั้งสองบรรลุสู่วัยชราอยู่กับเจ้า ดังนั้นอย่ากล่าวแก่ทั้งสองว่า อุฟ (คำอุทานแสดงความเบื่อ ความรำคาญและรังเกียจ) และอย่าขู่เข็ญท่านทั้งสอง และจงพูดแก่ท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน ….และจงนอบน้อมแก่ท่านทั้งสอง ซึ่งการถ่อมตนเนื่องจากความเมตตา และจงกล่าวว่า “ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสองเช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อเยาว์วัย” (กุรอาน 17: 23-24) (นักวิชาการมุสลิม กล่าวว่า การที่กุรอานสั่งให้ทำความดีต่อบิดามารดา หลังจากใช้ให้เคารพภักดีต่อพระองค์นั้น...เป็นการแสดงถึงความสำคัญของ บิดามารดา และความสำคัญในการทำดีต่อท่านทั้งสองเป็นอย่างสูง) ท่านนบีมุฮัมมัด ได้กล่าวหะดิษที่เกี่ยวข้องกับ บิดา มารดาไว้มากมายเช่น “บาปที่ยิ่งใหญ่คือการยกสิ่งอื่นเทียบเคียงอัลเลาะห์ การฆ่ามนุษย์ การอกตัญญูต่อพ่อแม่ และการเป็นพยานเท็จ (บันทึกโดยบุคคอรี) "สวรรค์นั้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมารดา" (บันทึกโดย นะซาอี) "ความพอพระทัยของอัลลอฮฺขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแม่ และความกริ้วของอัลลอฮฺนั้นก็ขึ้นอยู่กับความโกรธและความไม่พอใจของพ่อแม่ ลูกจะต้องไม่ทำให้พ่อแม่ต้องโกรธ" ครั้งหนึ่ง ท่านอบูฮุรอยเราะห์ ได้มาท่านนบีและถามว่า ใครจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ท่านนบีตอบว่า “แม่ของท่าน” ท่านอบูฮุรอยเราะห์จึงถามต่อว่า แล้วใครอีก ท่านนบีตอบว่า “แม่ของท่าน” ท่านนบีตอบเช่นนี้อยู่ 3 ครั้ง และในครั้งที่ 4 ท่านจึงตอบว่า “พ่อของท่าน..

    สิทธิของสตรีในการเลือกคู่ครอง …

อิสลามได้เปิดโอกาสให้สตรี มีโอกาสเลือกคู่ครองได้ด้วยตนเอง โดยให้พิจารณา ความเป็นคนมีคุณธรรม (อิหม่าน) เป็นอันดับแรก...นอกจากนี้อิสลามได้วางระบบการแต่งงานให้เอื้ออำนวยประโยชน์แก่สตรีและผู้ปกครองของนาง นั่นคือ สตรีจะแต่งงานได้เมื่อมี วลี (ผู้ปกครอง หรือผู้รับมอบอำนาจการแต่งงาน) เท่านั้น...และวลี ก็ต้องได้รับความยินยอมหรือการตกลงใจจากฝ่ายเจ้าสาวเท่านั้น...นั่นคือ สตรีจะแต่งงานโดยพลการไม่ได้ และวลีก็ไม่มีสิทธิ์บังคับให้สตรีแต่งงานได้เช่นกัน ...นอกจากนี้อิสลาม ได้วางหลักเกณฑ์เรื่องสินสอด (มะฮัร) โดยกำหนดว่าผู้ชายจะต้องเป็นผู้ให้ของขวัญแต่งงานแก่เจ้าสาวของขวัญนี้เรียกว่า “มะฮัรฺ” ซึ่งผู้หญิงมีสิทธิ์เรียกร้องและเป็นของผู้หญิง คัมภีร์กุรอานกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ชายมีหน้าที่ต้องให้มะฮัรฺแก่ผู้หญิง เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงเลือกที่จะไม่รับ "จงให้มะฮัรฺแก่นางด้วยความเต็มใจ แต่ถ้านางเห็นชอบที่จะให้สิ่งหนึ่งแก่สูเจ้า ก็จงกินมันด้วยความสำราญและตามที่พอใจ" (กุรอาน 4:4) นั่นคือ...บุคคลเดียวที่มีสิทธิกำหนดจำนวนและมูลค่าของสินสอดนั้น คือ สตรีที่เป็นเจ้าสาว เท่านั้น ไม่ใช่บิดามารดา หรือญาติทางฝ่ายหญิง

--------------------------------------------------------------

   สตรีมุสลิมในฐานะภรรยา ...

อิสลามได้ยกย่องสตรีในฐานะภรรยา และวางข้อปฏิบัติระหว่างสามี ภรรยาไว้อย่างยุติธรรม เพื่อป้องกันการละเมิดจากกันและกัน โดยมีตัวอย่างจากท่านบีมูฮัมหมัดเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติต่อภรรยา ...ท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร.ด.) เล่าว่า “เมื่อท่านนบีอยู่บ้าน ท่านจะช่วยภรรยาของท่านทำงานบ้านเป็นประจำ” (รายงานโดย บุคคอรี) มีหะดิษที่รายงานเกี่ยวกับสถานภาพของภรรยาเช่น “มุสลิมที่สมบูรณ์ยิ่ง คือผู้ที่มีความประพฤติอ่อนโยน และผู้ที่ถูกยกย่องในท่านทั้งหลาย คือผู้ที่มีคุณธรรมที่สุดต่อภรรยาของตน” “โลกมีสิ่งที่อำนวยความสุข แต่สิ่งที่ดีที่สุด คือ กุลสตรีที่เป็นภรรยาที่ดีและมีคุณธรรม” “โอ้ประชาชนทั้งหลายพวกท่านทั้งหลายมีสิทธิที่ได้รับมอบหมายเหนือฝ่ายสตรี และฝ่ายสตรีก็มีสิทธิเหนือฝ่ายชายเช่นกันในหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมาย ดังนั้นพวกท่านจงได้ปกป้องดูแลภรรยาของพวกท่านด้วยความรักความเมตตาเถิด แน่นอนใครที่ทำได้เช่นนั้นก็เท่ากับเขาได้ปกครองดูแลภรรยาของเขาเอาไว้ให้อยู่ในความพิทักษ์รักษาของพระผู้เป็นเจ้า” นอกจากนี้กุรอานยังกล่าวไว้ว่า .- "และสิทธิของพวกนางเหมือนกันกับสิทธิของสามี ที่พึงมีอยู่เหนือนางโดยชอบธรรม " (กุรอาน 2:228) "และพวกเจ้าจงร่วมชีวิตกับพวกนางด้วยคุณธรรม" (กุรอาน 4:19) ...แม้ว่า อิสลาม จะอนุญาตให้สามีลงโทษภรรยาได้ โดยไม่เกินกว่าเหตุ ... แต่สิ่งหนึ่งที่อิสลามห้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ “การตบหน้าภรรยา” เพราะอิสลามถือว่าเป็นการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีของภรรยาอย่างรุนแรง


--------------------------------------------------------------


   สตรีมุสลิมในฐานะผู้ถูกหย่า ....

อิสลาม ห้ามอย่างเด็ดขาดในการอธรรมต่ออดีตภรรยา ด่วยการเอาสิ่งใด สิ่งหนึ่งคืนมาจากภรรยาด้วยสาเหตุของการหย่า เช่น "และถ้าพวกนางปรารถนาที่จะสับเปลี่ยนคู่ครอง คนหนึ่งแทนที่ของคู่ครองอีกคนหนึ่ง (โดยหย่าคนเดิม) และพวกเจ้าเคยให้แก่คนหนึ่งจากพวกนางซึ่งทรัพย์สมบัติอันมากมาย ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าเอาสักสิ่งหนึ่งจากนั้น (คืนมา)...” (กุรอาน 4:20) ...คัมภีร์กุรอานเน้นถึงเรื่องการให้ความกรุณาปรานีแก่ผู้หญิงถึงแม้ว่าจะหย่านางไปแล้ว “หลังจากนั้น เมื่อพวกนางอยู่จนสิ้นสุดระยะเวลาแห่งการรอคอยแล้ว จงรั้งตัวพวกนางไว้ด้วยดีหรือไม่ก็ให้พวกนางจากไปด้วยดี” (กุรอาน 65:2) …นั่นหมายความว่ามุสลิมจะต้องไม่กักตัวภรรยาของตัวเองไว้อย่างไม่มีจำกัดเวลาโดยไม่ตัดสินใจว่าจะให้ เธอเป็นภรรยาต่อหรือจะแยกจากเธอ สตรีมุสลิมในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ ...ในขณะที่สตรีชาวอังกฤษยังไม่ถูกยอมรับว่ามีสิทธิเป็นเจ้าของในการครอบครองสิ่งต่างๆ จนถึงปี1870 เช่นเดียวกันกับสตรีชาวเยอรมัน จนถึงปี 1900 สตรีชาวสวิสเซอร์แลนด์ จนถึงปี1907 และสตรีชาวอิตาลีจนถึงปี1919 …แต่สิทธิของสตรีมุสลิมในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้นมีมานานกว่า 1,400 ปีแล้ว "สำหรับบรรดาผู้ชายนั้น ย่อมมีส่วนรับของตนเอง จากที่พวกเขาได้อุตสาหะไว้ และสำหรับผู้หญิงก็มีส่วนรับ (ของตนเอง) จากที่พวกนางได้อุตสาหะไว้ " ( กุรอาน 4 :32 )

                                      ( หะดิษบุคคอรีและมุสลิม)
 
ที่มา




Comments on this page:
Comment posted by Yuli, 11/13/2012 at 10:31am (UTC):
IJWTS wow! Why can't I think of tihgns like that?



Add comment to this page:
Your Name:
Your message:

Today, there have been 20 visitors (87 hits) on this page!

** การศรัทธาของคนๆหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าเขา จะรักพี่น้อง(มุสลิม)ของเขา เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของ เขาเอง ** (บันทึกโดย บุคอรี-มุสลิม) ** เท้าทั้งสองขอลูกหลานอาดัมจะยังไม่ก้าวเดินไปไหน ในวันกิยามะฮฺ จนกว่าจะถูกถามเกี่ยวกับอายุของเขาหมด ไปในทางใด จากความรู้ของเขาปฎิบัติตัวอย่างไร จากทรัพย์สมบัติของเขาได้มาและใช้จ่ายไปในทิศ ทางใด และจากร่างกายของเขาทรุดโทรมลงไปใน ทางใด ** (บันทึกโดย ติรมีซีย์ ) ===================== ส่งเมล์ถึงเว็บมาสเตอร์ ส่งเมล์ถึง Webmaster

อิสลามกับสันติวิธ๊

อาหารมุสลิมในเชียงใหม่

ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ

สนง.อิสลามเชียงใหม่

พัฒนาชุมชนมุสลิม ชม.

muslimchaingmaithailand

องค์กรมุสลิมพัฒนาประชาธิปไตยภาคเหนือ

บอร์ดครอบครัวchumpon free website แจก java script code รวมของฟรีในเน็ต รวมเว็บไซต์ไทย --

====== ========= =========
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=
ข้อความจากเว็บบอร์ด และที่อื่นๆ ที่เปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้แสดงความคิดเห็น นำเสนองานเขียน และแนะนำติชม ฯลฯ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน sex in islam ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ เพราะไม่สารารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง พบข้อความที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดี แจ้งมาที่ เจ้าบ้าน เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป