เว็บไซต์นี้ไม่เหมาะสำหรับ พวกคลั่งชาติคลั่งศาสนาและ ผู้ที่มีเยื่ออารมณ์บาง ผู้ปกครองควร พิจารณา ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวหรือกติกาที่สวยงามอะไรซ่อนอยู่ที่นี่ และคำตอบสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช่หรือไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับจินตนาการและจุดยืนของแต่ละผู้คน เราคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนคำสนทนากัน หากเรามีแง่คิดและมุมมองที่เหมือนกัน ชีวิตคงจะน่าเบื่อหน่าย ถ้าเรามัวแต่คิดอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าที่จะแปลกแยกแตกต่างและผ่าเหล่า "sex in islam" ไม่ใช่ข้อสรุปหรือบทพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องใช่หรือไม่ใช่ แท้จริงอาจเป็นแค่เพียงบ่อน้ำที่ตื้นเขิน รอปลากระเสือกกระสน มาดิ้นตาย (คำคมเก็บมาจากบ้านจอมยุทธ์ดอทคอม) อ่านกระทู้ด้านศาสนาโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ
     Home
     Contact
     กระดานเสวนา
     สมุดเยี่ยม
     Link list
     เรื่องราวแห่งความรัก
     การทำความสะอาด
     สำหรับมุสลิมมะฮฺ
     ชายมุสลิม
     เพศสัมพันธ์ในอิสลาม
     สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
     คืนแรกอันงดงาม
     สิทธิสำหรับภรรยาในการร่วมหลับนอน
     การแต่งงานแบบมุสลิม
     “สามีที่ประสบความสำเร็จ”
     ซีนาและ บทลงโทษ
     การครองเรือนกับภรรยาหลายคน
     รักร่วมเพศในทรรศนะอิสลาม.
     ร่วมรักที่เจ็บจริงๆ นะคุณ
     ทำงานหนัก “เซ็กซ์เสื่อม”?
     ชอบ รัก หลง แตกต่างกันอย่างไร?
     อะไร? คือ ความรัก
     สปีชี่ส์ ของคน “โสด”
     ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
     ดื่มน้ำรักษาโรค
     เรื่องเซ็กส์ ที่ครอบครัวควรรู้
     การดูแลหลังคลอดแบบแผนไทย
     นวดกายคลายโรค
     Sex ประตูหลัง สุขสุดๆ หรือเสี่ยงสลด !
     เซ็กส์กับคนอ้วน
     นวดตัวเอง 14 กระบวนท่า
     เหตุที่ทำให้สามีนอกใจ
     แม่ผัวลูกสะใภ้
     เป็นสามี-ภรรยา-พ่อแม่ดีอย่างไร
     ฐานะสตรี..ในอิสลาม
     กุญแจเปิดอารมณ์ความต้องการของภรรยา
     การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ
     วิตามินเพื่อพลัง
     มารยาทในคืนแรก
     ปัญหาพิศดารของชีวิตคู่
     ตรวจก่อนแต่ง ลดปัญหาชีวิตคู่
     4 ข้อห้าม....ยามเกิดปัญหาในชีวิตคู่
     ชีวิตคู่ 7 แบบ
     คำพูดดีดี ในชีวิตคู่
     ที่ต้องปฏิบัติเมื่อลูกเกิด
     เครียดเพราะเซ็กซ์
     เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น...เป็นฉันใด
     เสน่ห์หญิงเป็นอมตะ
     11 ข้อคิดเกี่ยวกับเซ็กซ์
     ชั้นเชิงชาย
     สุขภาพจิตในทัศนะอิสลาม
     ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย
     การวางตัวของสตรี (ให้พ้นจากภัยในบ้าน)
     มาตรการ ป้องกันการซินา 1
     มาตรการ ป้องกันการซินา2
     ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา
     การข่มขืน(ประวัติศาตร์ของการข่มขืน)

ร่างกายที่แข็งแรงคือร่างกายเคลื่อนไหว จิตใจที่เข้มแข็งคือจิตใจที่สงบนิ่ง วัสสาในวาโย บนถนนที่ทอดยาวของชีวิต ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเจอก้อนหินและขวากหนามขวางกั้นทั้งสิ้น ไม่มีเส้นทางใดที่งดงามและเรียบสงบ แต่น่าแปลกที่บางคนมองเห็นหลุมดำใหญ่มหึมา ขณะที่บางคนมองเห็นแค่เพียงแค่ร่องรอยขรุขระ


sexinislam - ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา


ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา
 
คุณพ่อ ซัน เมียง มูน 

 
แสดงในประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกาใต้ 16 ประเทศ
ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2538/1995
ในเช้าวันนี้ข้าพเจ้าอยากจะพูดกับท่านในหัวข้อเรื่อง "ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา" เพราะว่าปัญหาต่างๆ ของโลกนั้นล้วนแล้วแต่ขยายออกมาจากปัญหาครอบครัว
ในการที่ชาติจะกลายเป็นชาติที่แท้จริงได้ ชาตินั้นจะต้องประกอบขึ้นด้วยครอบครัวที่แท้จริง และครอบครัวเช่นนั้นก็จะต้องประกอบขึ้นด้วยผู้ชายที่แท้จริงและผู้หญิงที่แท้จริง มนุษยชาติประกอบด้วยมนุษย์สองประเภท นั่นก็คือ ผู้ชายและผู้หญิง แม้กระทั่งปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดของโลก ก็เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง ความสำเร็จของครอบครัวที่แท้จริงที่เกิดขึ้นโดยบุคคลที่แท้จริงสองคนจะกลายเป็นแบบแผนสำหรับการแก้ปัญหาของมนุษยชาติและโลก ครอบครัวที่แท้จริงจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันกลายเป็นชาติที่แท้จริงและโลกที่แท้จริง ซึ่งเป็นโลกของสันติสุขที่แท้จริง หรือ โลกอุดมคติ ดังนั้น ขอให้เราพิจารณาว่า "ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา" หมายความว่าอะไร? และจะต้องแก้ไขสิ่งใดเพื่อทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงได้
ทุกวันนี้ ถ้าเราถามว่าโลกที่เราอยู่นี้เป็นโลกที่ดีหรือโลกที่ชั่วร้าย เราคงต้องตอบว่ามันเป็นโลกที่ชั่วร้าย แล้วทำไมมันจึงชั่วร้าย ที่ว่าเป็นโลกที่ชั่วร้ายนั้นก็เพราะว่า ไม่ว่าเราจะพิจารณาประวัติศาสตร์โลกหรือประวัติศาสตร์ของประเทศใดๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประวัติศาสตร์ของการทำสงคราม การต่อสู้ และความขัดแย้ง เมื่อใดก็ตามที่มีความขัดแย้งและการต่อสู้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องพบกับความย่อยยับ ถ้าเราพูดว่าโลกนี้เป็นโลกที่ชั่วร้าย มันก็หมายความว่า บรรดาประชาชาติทั้งหลายของเราก็ชั่วร้าย และตัวเราเองก็ชั่วร้ายด้วยเช่นกัน ถ้าเราศึกษาตัวเราเอง เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าจิตใจและร่างกายของเราขัดแย้งซึ่งกันและกันเราจะต้องค้นหาคำตอบเกี่ยวกับปัญหาเรื่องจุดเริ่มต้นและเหตุของความขัดแย้งนี้
ถ้าบุคคลไม่มีพื้นฐานสำหรับสันติสุขภายในตัวเขาเอง เขาก็จะไม่มีความสุข ไม่ว่าครอบครัวของเขา ประเทศของเขา หรือโลก จะสงบสุขเพียงใดก็ตาม ตราบใดก็ตามที่บุคคลนั้นยังคงขัดแย้งภายในตัวเขาเอง เขาก็ไม่สามารถบรรลุถึงความสุขได้ อย่างที่ท่านรู้แล้วว่า สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามเย็น สิ้นสุดลงแล้ว และความขัดแย้งทางอาวุธก็จะยุติลงได้ด้วยการหยุดยิง แต่สิ่งที่เรายังไม่รู้ตัวก็คือว่า การต่อสู้ระหว่างจิตใจกับร่างกายนั้นยังคงดำรงอยู่อย่างต่อ-เนื่องในตลอดประวัติศาสตร์ จนถึงปัจจุบัน และมันจะยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต
เมื่อเราพิจารณาสิ่งนี้ คำถามที่สำคัญก็คือว่า "ถ้าพระเจ้าทรงดำรงอยู่ ทำไมพระองค์จึงทรงยอมให้จิตใจของเรากับร่างกายของเราต่อสู้กันมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์" ถ้าเรายอมรับว่ามนุษย์ได้กระทำบาปจริง เราก็สามารถเข้าใจได้ว่ามนุษย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบที่จะต้องชดใช้บาปนี้ พระเจ้ามิทรงสามารถรับเอาความรับผิดชอบสำหรับบาปดังกล่าวมาไว้กับตัวพระองค์เองได้ และพระองค์มิทรงสามารถเข้าไปแทรกแซงมันได้ด้วยเช่นกัน
ความขัดแย้งระหว่างจิตใจกับร่างกายเริ่มต้นขึ้นจากที่ใด เราสืบทอดชีวิตมาจากพ่อแม่ของเรา และจากพ่อแม่ของพ่อแม่ของเรา ถ้าเราสืบสาวสายเลือดของเราย้อนกลับไปในลักษณะเช่นนี้ ในไม่ช้าเราคงจะมาถึงชั่วอายุคนแรก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษเริ่มแรกของมนุษย์ ทัศนะของข้าพเจ้าก็คือว่า การต่อสู้กันระหว่างจิตใจกับร่างกายนี้เป็นผลมาจากปัญหาความสัมพันธ์ของความรักระหว่างสามีภรรยาคือ อาดัม กับ เอวา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษเริ่มแรกของมนุษย์ เราต้องไม่ลืมว่าชีวิตเริ่มต้นมาจากความสัมพันธ์แห่งความรักของพ่อแม่ ดังนั้น ถ้าการต่อสู้ภายในตัวเรานี้เริ่มมีขึ้นก่อนที่เราจะเกิด เราย่อมสรุปได้ว่าปัญหานี้ต้องเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่พ่อแม่ของเราเข้าสู่ความสัมพันธ์ของความรักซึ่งกันและกัน
ความรักระหว่างอาดัมและเอวาไม่ได้กลายเป็นความรักที่ทำให้พบกับความสุขที่แท้จริง แต่มันกลายเป็นความรักที่มีแต่ความขัดแย้ง เนื่องจากชีวิตของเรามีรากฐานมาจากความรักเช่นนั้น เราจึงสรุปได้ว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งภายในของเรา พระคริสตธรรมคัมภีร์สอนว่าอาดัมและเอวาตกสู่บาป ทำให้เขาทั้งสองถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน หลังจากที่ถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดนแล้ว เขาทั้งสองก็เริ่มต้นขยายลูกหลาน มันเป็นไปไม่ได้ที่ว่า หลังจากที่ได้ขับไล่อาดัมและเอวาไปแล้ว พระเจ้าจะทรงตามพวกเขาไปและจัดงานแต่งงานให้กับพวกเขา ดังนั้น เราคงต้องถามว่าแล้วใครเป็นผู้จัดงานแต่งงานให้กับพวกเขา? การตกสู่บาปเกิดจากการที่เอวาถูกซาตานล่อลวง แล้วต่อมาเธอก็ล่อลวงอาดัม ดังนั้นเราจึงเข้าใจได้ว่า เนื่องจากอาดัมและเอวาตกสู่บาป ดังนั้น การแต่งงานของเขาทั้งสองจึงเป็นการแต่งงานกันภายใต้เงื้อมมือของซาตาน
อาดัมและเอวา บรรพบุรุษเริ่มแรกของเรา ได้เข้าสู่ความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา โดยมีศูนย์กลางที่ความรักของพวกเขาเอง แต่แทนที่จะเป็นความสัมพันธ์แห่งความสุข ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง นี่คือหนทางที่บรรพบุรุษเริ่มแรกของเราเริ่มต้นสายเลือดของเรา และรากฐานของเราก็มาจากความสัมพันธ์ดังกล่าวนั้น ดังนั้น
จึงมีเหตุผลที่จะกล่าวว่าความขัดแย้งระหว่างจิตใจกับร่างกายของคนทั้งหลายในปัจจุบันนี้มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ดังกล่าวนั้น
การตกสู่บาปเริ่มต้นจากความรักที่ผิดศีลธรรม อาดัมและเอวา กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับซาตานภายในกรอบของความสัมพันธ์แห่งความรักที่ไม่พึงปรารถนา และแทนที่พวกเขาจะกลายเป็นบรรพบุรุษที่ดี พวกเขาก็กลายเป็นบรรพบุรุษที่ชั่วร้าย และสร้างรากฐานคือความรักที่ชั่วร้าย ชีวิตที่ชั่วร้าย และสายเลือดที่ชั่วร้ายขึ้นมา ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นความจริง สิ่งที่เริ่มต้นจากครอบครัวหนึ่งที่ตกสู่บาป จะขยายออกไปครอบคลุมทุกเผ่าพันธุ์ ทุกชาติ และโลกทั้งโลก ปัจจุบัน เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ประชากรโลกมากกว่าห้าพันล้านคนนี้ล้วนเป็นลูกหลานของซาตานโดยการสืบสายเลือดที่ชั่วร้ายของซาตานมา ซาตานทรยศต่อพระเจ้า และขโมยเอวาไปจากพระองค์ แต่ปัญหาก็คือว่า ไม่มีใครล่วงรู้ว่าสายเลือดของซาตาน ผู้ล่วงประเวณี ยังคงอยู่ในตัวเรา แล้วจะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเพียงใดสำหรับพระเจ้า
เราจะขจัดรากเหง้าเหล่านี้ที่ยังอยู่ในตัวเราออกไปได้อย่างไร? ซาตานฝังรากของเขาในร่างกายฝ่ายเนื้อหนังของเรา ถ้าการตกสู่บาปไม่ได้เกิดขึ้น จิตใจและร่างกายของเราจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันตามกฎธรรมชาติ แต่การตกสู่บาปได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างมโนธรรมที่อยู่ในฝ่ายของสวรรค์ กับ ร่างกายที่ต่อต้านมโนธรรม ขอให้เราเข้าใจอย่างชัดเจนว่านี่คือจุดที่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในประวัติศาสตร์ พระเจ้าทรงต้องทำงานเพื่อแยกความดีออกจากความชั่วและพลิกผันสถานการณ์นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พระองค์ทรงมีพระทัยที่เป็นสาธารณะ ทรงมีพระชนม์อยู่เพื่อส่วนรวมทั้งหมด และทรงมุ่งไปสู่เป้าหมายคือความรักและสันติภาพเสมอ ในทางตรงกันข้าม ซาตานนั้นเห็นแก่ตัวและเอาตัวเองเป็นใหญ่ ซาตานพยายามอยู่เสมอที่จะทำลายฝ่ายความดีด้วยความเกลียดชัง ความชั่ว และสงคราม ความตั้งใจของเขาก็คือการขัดขวางมนุษยชาติไม่ให้กลับคืนไปสู่ฝ่ายของพระเจ้าตลอดไป และนำโลกนี้ไปสู่ความพินาศ
พระเจ้า ผู้ทรงอยู่ในฝ่ายความดี มิทรงลงโทษมนุษยชาติอย่างรุนแรงสำหรับการที่เขาไปกับซาตาน แต่ยุทธวิธีของพระองค์ในการนำมนุษยชาติกลับมาสู่ฝ่ายของพระองค์ก็คือ การยอมให้ฝ่ายความชั่วโจมตีพระองค์ และแล้วพระองค์จะทรงเรียกร้องการชดใช้สำหรับความเสียหายและการล่วงละเมิดในภายหลัง ยุทธวิธีของซาตานก็คือการโจมตีก่อน แต่ในท้ายที่สุด เขาจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ตลอดประวัติศาสตร์ ซาตานต้องการทำลายแผนการของพระเจ้าด้วยความเกลียดชัง ความชั่วร้าย และสงคราม ในขณะที่พระเจ้าทรงพยายามทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสรรค์มนุษยชาติขึ้นใหม่ด้วยความรักและสันติภาพ
ในยุคสุดท้าย ซาตาน ผู้ซึ่งครอบงำมนุษยชาติทางฝ่ายวิญญาณ และได้รับความนับถือ จะสูญเสียตำแหน่งของเขาให้กับฝ่ายของพระเจ้า เพื่อขัดขวางไม่ให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ซาตานก็ได้นำเอาความคิดที่ปฏิเสธพระเจ้าเข้ามา เพื่อสนับสนุนให้ลัทธิมนุษยนิยมที่ฝักใฝ่ทางโลก ลัทธิวัตถุนิยม และลัทธิคอมมิวนิสต์ บังเกิดขึ้น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การต่อสู้กันระหว่างฝ่ายขวาซึ่งเป็นฝ่ายของพระเจ้ากับฝ่ายซ้ายซึ่งเป็นฝ่ายของซาตาน ก็ได้ขยายออกไปสู่ความขัดแย้งในระดับโลก หลังจากชัยชนะของฝ่ายของพระเจ้าในสงครามโลกครั้งที่สอง โลกได้เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกแห่งสันติภาพบนพื้นฐานของห้วงวัฒนธรรมแบบคริสเตียน แต่อย่างไรก็ตาม ยุคปัจจุบันได้กลายเป็นยุคที่ถูกลัทธิปัจเจกนิยมครอบงำ เป็นยุคของฟรีเซ็กส์ ซึ่งทำลายครอบครัวที่มีพื้นฐานบนความรักที่แท้จริงโดยสิ้นเชิง ยุคของการปฏิเสธพ่อแม่ ยุคของการปฏิเสธสามีและภรรยา ยุคของการปฏิเสธลูก นี่คือยุคสมัยที่พวกรักร่วมเพศกำลังบ่อนทำลายอุดมคติของครอบครัวโดยสิ้นเชิง ครอบครัวอุดมคติคือสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสร้างขึ้น เมื่อพระผู้มาโปรดเสด็จกลับมาอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนนรกนี้ให้กลายเป็นอาณาจักรสวรรค์บนโลก ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง พระองค์จะทรงทำให้จิตใจกับร่างกายรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามีกับภรรยา พ่อแม่กับลูก สมัครสมานสามัคคีกัน และสุดท้าย พระองค์จะทรงทำให้โลกทั้งโลกปรองดองกัน
ยังคงมีปัญหาและคำถามมากมายที่จะต้องไขในระดับโลก เช่น ระหว่างวัตถุสสารกับจิตวิญญาณ สิ่งใดเกิดก่อน ระหว่างสสารนิยมกับจิตนิยม ทฤษฎีใดถูกต้อง ระหว่างสิ่งที่เป็นแก่นสารกับความคิด ระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการกับทฤษฎีการสร้างสรรค์ สิ่งใดถูกต้อง
ขอให้เราลองพยายามตอบคำถามเหล่านี้ โดยการพิจารณาสักตัวอย่างหนึ่ง เมื่อเราพิจารณาโลกของสัตว์ เราพบว่า สิ่งแรกที่เริ่มเกิดขึ้นก่อนในสัตว์ที่เกิดใหม่ก็คือ ตาของมัน ตาเป็นวัตถุสสารล้วนๆ ตาเหล่านั้นจะรู้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นมาหรือไม่ว่ามีดวงอาทิตย์ดำรงอยู่ เพราะว่าตาเป็นเพียงวัตถุสสาร ดังนั้นมันจึงไม่สามารถรู้ได้ แต่บางสิ่งบางอย่างหรือใครบางคนที่อยู่เหนือขอบเขตของวัตถุสสารรู้ว่า ตาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้มองเห็นแสงอาทิตย์ มีใครบางคนที่รู้ ตาซึ่งเป็นวัตถุล้วนๆ ไม่รู้ว่ามีบรรยากาศดำรงอยู่ แต่มันก็เกิดขึ้นมาพร้อมกับมีขนตาที่ช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นในอากาศปลิวเข้าไปทำอันตรายกับตา และมันก็ไม่รู้ว่ามีไอน้ำและความร้อนอยู่ซึ่งจะทำให้ตาแห้งและเป็นอันตรายได้ แต่ก็มีใครบางคนรู้ล่วงหน้า และเพราะเหตุนี้จึงมีน้ำตาเพื่อป้องกันดวงตาเอาไว้ คิ้วทั้งสองข้างและร่องที่อยู่ใต้จมูกป้องกันเหงื่อจากศีรษะไม่ให้ไหลเข้าตาและปาก การที่เราถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นแบบนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องมีการรู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว
ข้อสรุปจากตัวอย่างง่ายๆ เรื่องตา ทำให้เราสามารถไขประเด็นปัญหาที่มีการถกเถียงกันมานานที่ว่า ระหว่างความคิดกับสิ่งดำรงอยู่ ระหว่างจิตวิญญาณกับวัตถุสสาร หรือ ระหว่างแนวความคิดกับสิ่งที่เป็นแก่นสาร สิ่งใดเกิดก่อนกัน เราสามารถไขปัญหาระหว่างเทวนิยมกับอเทวนิยม และระหว่างทฤษฎีการสร้างสรรค์กับทฤษฎีวิวัฒนาการได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา ดังนั้น เราต้องกลับไปสู่โลกแห่งการสร้างสรรค์ในเริ่มแรก และรู้ว่าบุคคลแบบไหน ครอบครัวแบบไหน และโลกแบบไหน ที่พระเจ้าทรงปรารถนา
จากนี้ ข้าพเจ้าปรารถนาจะอธิบายเรื่องความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนซึ่งเกิดขึ้นรอบตัวของเราแต่ละคนหลังจากการตกสู่บาป ถ้าเราพิจารณาตัวเราเอง เราจะพบว่า ร่างกายของเรากลายเป็นป้อมปราการของนรก และมโนธรรมก็เป็นป้อมปราการของสวรรค์ เราไม่รู้ตัวว่าจุดตัดระหว่างสองโลกนั้นอยู่ในตัวเรานี่เอง และเมื่อเรามองดูตัวเราเอง เราพบว่าร่างกายกำลังครอบงำจิตใจ ในตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ร่างกายบงการจิตใจทั้งนั้น แต่ถ้ามโนธรรมถูกทำให้เข้มแข็งขึ้น เราจะกลับคืนสู่พระเจ้าโดยอัตโนมัติ และโลกก็จะอยู่ในฝ่ายของพระองค์
ข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายฝ่ายเนื้อหนังบงการมโนธรรม แทนที่จะเป็นมโนธรรมชี้นำร่างกายฝ่ายเนื้อหนัง นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การตกสู่บาป ปัญหาก็คือว่า อำนาจของความรักที่จอมปลอมซึ่งรัดรึงบรรพบุรุษเริ่มแรกเข้ากับซาตานนั้นมีอำนาจมากกว่าอำนาจของมโนธรรม พระเจ้า ผู้ทรงรู้สถานการณ์ของมนุษย์เป็นอย่างดี มิทรงสามารถทอดทิ้งมนุษย์ได้ ดังนั้น พระองค์จึงทรงใช้กลยุทธ์ต่างๆ ที่จะทำให้อำนาจของร่างกายที่ครอบงำมโนธรรมของเราอยู่อ่อนกำลัง ดังนั้น สวรรค์จึงได้ก่อตั้งศาสนาต่างๆ ขึ้นมาเพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดและหลุดพ้น ศาสนาคือสิ่งที่จำเป็นในอดีต และยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ในปัจจุบัน
พระเจ้าทรงก่อตั้งศาสนาต่างๆ ขึ้นในโลกตามสถานที่และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่ยังมีศาสนิกชนมากมายที่ยังไม่รู้ว่า ความมุ่งหมายของศาสนาก็คือป้องกันไม่ให้ร่างกายครอบงำจิตใจ ถ้าไม่มีการตกสู่บาป ก็ไม่จำเป็นต้องมีศาสนา แล้วพระเจ้าทรงประสงค์สิ่งใดจากศาสนา? พระองค์ทรงประสงค์จะทำให้อำนาจของร่างกายอ่อนกำลังและฝึกฝนวินัยเพื่อควบคุมร่างกาย
ท่านอาจจะคิดว่าความเชื่อในศาสนาจะทำให้ท่านรอดและได้ขึ้นสวรรค์ แต่โดยเริ่มแรกแล้ว ครอบครัวของอาดัมควรจะเป็นครอบครัวที่มีความรักที่แท้จริงของพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง และมีสายสัมพันธ์แห่งสายเลือดกับพระเจ้า ครอบครัวดังกล่าวเท่านั้นที่จะสามารถเข้าสู่สวรรค์ได้ ที่ผ่านมา ไม่มีใครรู้ว่าสถานที่ซึ่งครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่นั้นก็คือ "อาณาจักรสวรรค์" ดังนั้น เราต้องมีวินัยในการควบคุมร่างกายฝ่ายเนื้อหนังของเราเพื่อทำให้อำนาจแห่งมโนธรรมเข้มแข็งขึ้น เราต้องปลดปล่อยมโนธรรมของเราเพื่อให้มโนธรรมสามารถชี้นำร่างกายของเราได้ตามเจตจำนง และแล้วเราจึงจะสามารถกลับคืนสู่อ้อมอกแห่งความรักที่แท้จริงของพระเจ้าในตำแหน่งเริ่มแรกที่ปราศจากบาปได้
ถ้าเราถามว่าศาสนาควรจะทำอะไร? คำตอบก็คือ ศาสนาควรจะผลักดันให้ร่างกายของเราทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ร่างกายเกลียด แล้วร่างกายเกลียดสิ่งใดที่สุด? สิ่งที่ร่างกายเกลียดที่สุดก็คือการอดอาหาร การรับใช้ และการเสียสละ ยิ่งไปกว่านั้น ศาสนาเรียกร้องให้เราเป็นเสมือนเครื่องบูชา เครื่องบูชาจะต้องหลั่งโลหิตและต้องเสียสละชีวิตของตนได้ พระคริสตธรรมคัมภีร์สอนว่า ผู้ที่ยินดีจะเสียชีวิตของตน จะได้ชีวิต แต่ผู้ที่ปรารถนาจะได้ชีวิตรอด จะเสียชีวิต ซึ่งทำเราให้รู้ว่า ถ้าเราดำเนินชีวิตไปตามความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนัง เราจะตกนรก ถ้าเราเอาชนะอำนาจฝ่ายเนื้อหนัง และเข้าสู่ห้วงแห่งมโนธรรมของเราที่หลุดพ้นแล้ว เราก็สามารถเข้าสู่สวรรค์ได้ ถ้าเราสามารถเอาชนะร่างกายนี้ได้โดยสิ้นเชิง และถ้ามโนธรรมของเราอยู่ในตำแหน่งที่สัมบูรณ์ มโนธรรมของเราก็จะมีความปรารถนาและความหวังที่ไม่มีขอบเขตจำกัด
ในตลอดประวัตศาสตร์ มีศาสนาและผู้นำศาสนามากมาย แต่บรรดาผู้ที่เชื่อในศาสนาและปฏิบัติตามผู้นำเหล่านั้นก็ยังคงไม่สามารถควบคุมร่างกายของเขาและปฏิเสธตัวเขาเองได้อย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่สามารถปลดปล่อยมโนธรรมและตั้งมโนธรรมไว้ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับพระเจ้าตามมาตรฐานเริ่มแรกได้ เราซึ่งเป็นคนบาปไม่สามารถกลายเป็นต้นมะกอกเทศที่แท้จริงได้ แต่เรากลับกลายเป็นต้นมะกอกป่าซึ่งมีรากที่หยั่งอยู่ในความรักที่จอมปลอม มนุษยชาติควรจะมีรากฐานของเขาที่หยั่งอยู่ในความรักที่แท้จริงของพระเจ้า แต่เรากลับสร้างรากฐานของเราขึ้นในความรักของซาตาน เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร นี่คืองานที่สำคัญที่เราทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ จะต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลียงไม่ได้
ถ้าท่านมองดูตัวของท่านเอง ท่านจะพบว่ามโนธรรมของท่านรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวท่าน มโนธรรมของท่านอยู่ใกล้ชิดกับท่านมากกว่าพ่อแม่ของท่านเองเสียอีก มโนธรรมปรารถนาจะครอบครองความรักที่แท้จริง และปรารถนาจะอยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้าตลอดไป เมื่อใดที่เราแต่งงาน เมื่อนั้นเราก็แยกจากพ่อแม่ฝ่ายเนื้อหนังของเรา แต่ทว่า มโนธรรมของเราไม่เคยแยกจากตัวเรา มโนธรรมดำรงอยู่กับเราก่อนที่เราจะเกิด เราไม่เคยรู้ว่ามโนธรรมนั้นรักเรา และภารกิจของมโนธรรมก็คือเปลี่ยนแปลงเราให้กลายเป็นบุตรธิดาที่แท้จริงของพระเจ้า มโนธรรมไม่จำเป็นต้องมีครูมาสั่งสอน ท่านเคยได้ยินมาก่อนหรือเปล่าว่ามีกระทรวงศึกษาธิการของประเทศใดประกาศแผนการในการอบรมมโนธรรม ถ้ามโนธรรมสามารถทำงานตามหนทางในเริ่มแรกของตนได้ มโนธรรมจะทำให้เรารู้ถึงเส้นทางชีวิตที่เราควรจะประพฤติปฏิบัติได้อย่างชัดเจน และมโนธรรมจะสอนและชี้นำให้เรากลับคืนสู่อ้อมอกของพระเจ้า
เมื่อท่านพิจารณาตัวของท่านเองบนพื้นฐานของมโนธรรมของท่าน มโนธรรมของท่านจะรู้รายละเอียดทุกอย่างในชีวิตของท่าน ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราไปสู่โลกฝ่ายวิญญาณ มันก็จะมีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่บันทึกรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยกระทำในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่บนโลก จวบจนบัดนี้เรายังไม่รู้ว่า ภารกิจของสิ่งที่เราเรียกว่า "มโนธรรม" นั้นก็คือการเปลี่ยนตัวเราให้กลายเป็นคนที่ไม่มีมลทิน และเป็นบุตรธิดาที่แท้จริงของพระเจ้าที่นิรันดร์
มีใครในที่นี้บ้างที่เชื่อมั่นว่าจะตนเองจะไม่ตาย สักวันหนึ่ง เราทุกคนจะไปสู่โลกฝ่ายวิญญาณอย่างแน่นอน เมื่อท่านเข้าสู่โลกฝ่ายวิญญาณ ท่านจะเป็นที่รู้จักทันทีในนามของท่าน เพราะว่าโลกฝ่ายวิญญาณอยู่เหนือขอบเขตของเวลาและสถานที่ ดังนั้น ชีวิตและบรรพบุรุษทั้งหมดของท่านจะปรากฎออกมาให้เห็น ดังนั้น เราไม่ควรปล่อยให้สิ่งใดที่ขัดแย้งกับมโนธรรมของเราหลงเหลืออยู่โดยที่ยังมิได้รับการแก้ไข เราสามารถพูดได้เลยว่ามโนธรรมรู้มากกว่าครูอาจารย์ใดๆ ทุกคน แม้ว่าท่านจะเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องนับถืออย่างสูงก็ตาม แต่ท่านก็ไม่มีคำสอนใดที่เหนือไปกว่าคำสอนของมโนธรรมของท่านเอง มโนธรรมของท่านทำหน้าที่เป็นเสมือนเข็มทิศบนเรือเดินสมุทร
ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่าเมื่อท่านแต่งงาน คงไม่มีท่านใดที่ต้องการจะได้คู่ครองที่ด้อยกว่าตัวท่าน ถ้าข้าพเจ้าจะถามท่านว่าท่านต้องการคู่ครองที่ดีกว่าตัวท่านเองเป็นสิบเท่าร้อยเท่าหรือไม่? ท่านคงจะตอบว่า ถ้าเป็นไปได้ ท่านก็อยากให้คู่ครองของท่านดีกว่าตัวท่านเองเป็นพันเป็นหมื่นหรือเป็นล้านๆ เท่า ดังนั้น มโนธรรมจึงปรารถนาถึงความรักที่แท้จริงในปริมาณที่มากที่สุด มโนธรรมปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งที่สัมบูรณ์สูงสุด และสิ่งนี้ก็เป็นจริงกับบรรพบุรุษของเราและลูกหลานของเราด้วยเช่นกัน ถ้าเราทูลถามพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงตอบแบบเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน มันเป็นความจริงหรือไม่ หรือว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ความปรารถนาทั้งมวลของท่านบรรลุถึง แม้แต่ความปรารถนาของบรรดา ส.ส. ในประเทศที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ ใฝ่ฝันจะได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในเอเชียและในโลก ก็เป็นความปรารถนาที่มาจากมโนธรรม
มนุษย์ทุกคนตั้งแต่เริ่มมีประวัติศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ต่างเชื่อว่าความทะเยอทะยานของมโนธรรมจะไม่มีวันถูกทำให้รู้สึกพึงพอใจอย่างสมบูรณ์ได้ นี่คือสิ่งที่ทุกคนสรุป แต่สาธุคุณมูนคนนี้ขอสรุปว่า มันเป็นไปได้ที่จะทำให้มโนธรรมรู้สึกพอใจ มโนธรรมของท่านใหญ่แค่ไหน? เราจะวัดมโนธรรมได้อย่างไร? ถ้ามโนธรรมได้ครอบครองพระเจ้าแล้ว มันจะหยุดอยู่แค่นั้นไหม? ท่านไม่คิดบ้างหรือว่า ถ้ามีบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่ยิ่งกว่าพระเจ้าดำรงอยู่ มโนธรรมจะปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งนั้นอยู่อีกหรือไม่?
จริงๆ แล้วมโนธรรมปรารถนาที่จะบรรลุถึงสิ่งใด? มโนธรรมปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอกภพ แล้วมโนธรรมของพระเจ้าจะใหญ่เพียงใด? ถ้าเราเปรียบเทียบมโนธรรมของมนุษย์กับมโนธรรมของพระเจ้า อันไหนจะใหญ่กว่ากัน? ถ้ามโนธรรมของพระเจ้าใหญ่กว่าของมนุษย์ แล้วพระองค์จะทรงทำอะไรกับมัน? ข้อสรุปก็คือว่า พระเจ้าก็ทรงประสงค์จะครอบครองสิ่งที่มนุษย์เองปรารถนาด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ ความรักที่แท้จริง
ท่านคิดว่ายังไง เรารู้ว่าพระเจ้าทรงสัมบูรณ์ แต่ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าพระองค์ทรงรู้สึกเปล่าเปลี่ยว หรือทรงรู้สึกเป็นสุข? แม้ว่าบุคคลคนหนึ่งจะได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศ แต่ถ้าเขาต้องอยู่เพียงลำพังเพียงคนเดียวโดยไม่มีคู่ครอง เขาย่อมไม่สามารถพบกับความสุขได้ ถ้าเราไม่มีกรรมแห่งความรักเราก็ไม่มีความสุข แล้วพระเจ้าทรงประสงค์จะมีกรรม (object) หรือไม่? แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นพระเจ้า แต่พระองค์ก็ทรงรู้สึกเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวได้เช่นกัน มนุษย์รู้สึกอ้างว้างเมื่อเขาไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ หรืออำนาจ แต่พระเจ้าหาได้ทรงต้องการเงินทอง ความรู้ หรืออำนาจใดๆ ไม่ เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นพระผู้สร้าง
คำถามก็คือว่า แล้วพระเจ้าทรงต้องการสิ่งใดมากที่สุด? เราเรียกพระองค์ว่าทรงเป็น "ราชาแห่งความรักที่แท้จริง" "เจ้าของแห่งความรักที่แท้จริง" ถ้าพระองค์ทรงเป็นราชาแห่งความรักที่แท้จริง ก็หมายความว่า ในฐานะที่ทรงเป็นเจ้าบ่าว พระองค์ทรงต้องประสงค์จะพบกับ "ราชินี" ของพระองค์ นี่คือหลักการที่สัมบูรณ์ ถ้าเราถามว่าผู้ใดสามารถเป็นกรรมแห่งความรักที่แท้จริงจำเพาะพระพักตร์พระเจ้าที่สัมบูรณ์ได้ คำตอบก็คือ ผู้นั้นต้องเป็น "มนุษย์ที่แท้จริง" ซึ่งก็คือ อาดัม และ เอวา ที่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยความรักที่แท้จริง
ทุกท่านในที่นี้ต้องการเงิน ท่านต้องการความรู้และอำนาจ แต่ถ้าหากท่านไร้คู่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไร้ความหมาย สามีต้องการภรรยาและลูก ภรรยาต้องการสามีและลูก สถานที่ซึ่งเราจะค้นพบกรรมแห่งความรักที่แท้จริง ดังกล่าวได้ ก็คือสถานที่ซึ่งเราเรียกกันว่า "ครอบครัวที่แท้จริง" ครอบครัวที่รับใช้พระเจ้า ผู้ทรงเป็นเจ้านายแห่งความรัก ในตำแหน่งของกรรมแห่งความรักนั้น จะทำให้ความปรารถนาแห่งมโนธรรมของพระเจ้ารู้สึกพึงพอใจได้อย่างสมบูรณ์ ครอบครัวที่ชายและหญิงรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นเป็นกรรมแห่งความรักที่แท้จริงของพระเจ้า และสถานที่ซึ่งลูกๆ มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขโดยมีศูนย์กลางที่ความรักที่แท้จริงของพระเจ้านั้นจะเป็นหน่วยพื้นฐานของอาณาจักรสวรรค์บนโลก
ดังนั้น เช่นเดียวกับที่มนุษย์เราต้องการให้กรรมแห่งความรักของเรามีคุณค่ามากกว่าตัวเราเองอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด พระเจ้าก็เช่นกัน พระองค์ทรงประสงค์ให้มนุษย์ ซึ่งเป็นกรรมแห่งความรักที่แท้จริงของพระองค์ มีคุณค่าที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วย บุคคลดังกล่าวควรจะเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับความจริงที่ว่าอาดัมและเอวาควรจะบรรลุถึงความสมบูรณ์และกลายเป็นบุคคลเช่นนั้นแทนที่จะตกสู่บาป เหตุผลที่เรามีความปรารถนาที่สูงเช่นนั้นในมโนธรรมของเรา เป็นเพราะว่าเราเป็นสิ่งดำรงอยู่ที่อยู่ในตำแหน่งกรรมของพระเจ้า ผู้ซึ่งเป็นประธานของมนุษย์ มนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระเจ้า แต่มีบุคลิกภาพของตัวเองต่างหากโดยสิ้นเชิง พระเจ้าทรงต้องการให้เราแต่ละคน เป็นสิ่งดำรงอยู่ที่มีคุณค่ามากกว่าตัวพระองค์เองมากมาย ที่พระเจ้าทรงยอมให้มโนธรรมของมนุษย์มีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่เพื่อความรักที่แท้จริงนั้นก็เพื่อให้มนุษย์สามารถที่จะทำความปรารถนาแห่งความรักของพระองค์ให้บรรลุผลสำเร็จได้
ถ้าครอบครัวที่พระเจ้าและมนุษย์รวมเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์แห่งความรักที่แท้จริงตามอุดมคติของพระเจ้าได้กลายเป็นจริงในเวลาแห่งการสร้างสรรค์ ทุกวันนี้ เราคงจะไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับนรก แต่เราควรจะสามารถเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้โดยอัตโนมัติ ปัญหาที่เราจะต้องกล่าวถึงก็คือว่า ถ้าหากความรักที่แท้จริงของพระเจ้าและความรักที่แท้จริงของมนุษย์ไม่เริ่มต้นขึ้นที่จุดเดียวกัน ที่รวมเป็นหนึ่งเสมือนประธานและกรรมแล้ว ความรักที่แท้จริงของพระเจ้าและความรักที่แท้จริงของมนุษย์จะเริ่มต้นขึ้นในสองทิศทางที่แตกต่างกัน และทิศทางและเป้าหมายของความรักที่แท้จริงก็จะกลายเป็นสองทิศทาง ถ้าเป็นเช่นนั้น มันก็จะเป็นไปไม่ได้ที่จะค้นพบโลกอุดมคติที่พระเจ้าและมนุษย์ปรารถนา อุดมคติของพระเจ้าที่จะให้ความรักที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นจากจุดเดียวกันนี้ได้ถูกทำลายลงเพราะการตกสู่บาป
"พ่อแม่ที่จอมปลอม" ได้เกิดขึ้นโดยมีศูนย์กลางที่ความรักของซาตาน และเพราะว่าเราเป็นลูกหลานที่สืบทอดความรักที่จอมปลอม ชีวิตที่จอมปลอม และสายเลือดที่จอมปลอม ดังนั้น ถ้าสถานการณ์นี้ยังคงไม่ถูกแก้ไข เราก็จะถูกกำหนดให้ตกนรก โดยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องประการใดกับอาณาจักรสวรรค์เลย เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราควรจะได้มาซึ่งความรักที่แท้จริงของพระเจ้าโดยผ่านมโนธรรมของเรา โดยการกลายเป็นบุคคลผู้ซึ่งจิตวิญญาณสามารถควบคุมความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังที่รุนแรงของเราได้ด้วยอำนาจแห่งเจตจำนงของเรา
มโนธรรมจะทำสิ่งใดเพื่อที่จะได้มาซึ่งความรักที่แท้จริงของพระเจ้า? ถึงแม้ว่าเราจะมีเงินทอง มีความรู้ หรืออำนาจ แต่ถ้าเราต้องสูญเสียชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านั้นก็ไร้ความหมาย แต่ถ้าเราทำจิตใจของเราให้หลุดพ้นโดยสิ้นเชิง และก่อตั้งห้วงแห่งมโนธรรมของเราขึ้นภายในห้วงแห่งความหลุดพ้นทั้ง 360 องศา มโนธรรมของเราก็จะเชื่อมต่อเข้ากับความรักที่แท้จริงของพระเจ้าโดยอัตโนมัติ
ถ้าเราถามว่าระหว่าง มโนธรรม กับ ความรัก สิ่งใดจะใหญ่กว่ากัน? เราพบว่าความรักนั้นใหญ่กว่า เราสามารถรู้สิ่งนี้ได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า มโนธรรมนั้นเริ่มต้นขึ้นมาจากความรัก สถานที่ซึ่งเราเรียกว่าอาณาจักรสวรรค์นั้น ก็คือสถานที่ซึ่งเราจะมีชีวิตอยู่ในความเป็นหนึ่งเดียวกับความรักที่แท้จริงของพระเจ้าด้วยมโนธรรมที่หลุดพ้น คือสถานที่ซึ่งเราจะไป หลังจากที่เราได้มีชีวิตโดยมีศูนย์กลางที่ความรักที่แท้จริง และหลังจากการเตรียมตัวของเราเองให้เป็นสายเลือดของความรักที่แท้จริงของพระเจ้าแล้ว ถ้าเรายังไม่ได้รับความรักที่แท้จริงนี้ เราก็ไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้าได้ และเราจะต้องรอคอยเป็นเวลายาวนานอย่างยิ่งจนกว่าวันนั้นจะมาถึง
เพราะการตกสู่บาป ถ้าแสงสว่างแห่งอุดมการณ์ความคิดที่แท้จริงและแผนการของพระเจ้าไม่สาดส่องมาสู่มนุษยชาติภายใต้ความรักของพระเจ้า มนุษยชาติก็จะไม่สามารถกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและไม่สามารถเชื่อมต่อกับอาณาจักรสวรรค์ได้ ผู้ใดที่มโนธรรมที่แท้จริงของเขาได้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับความรักที่แท้จริง ผู้นั้นก็จะเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้โดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าคนๆ หนึ่งจะเชื่อพระเยซู แต่ถ้าเขาไม่ได้เชื่อมต่อเข้ากับความรักของพระเจ้า เขาก็ไม่สามารถเข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ได้ ข้อเท็จจริงที่ว่าจิตใจและร่างกายของเราอยู่ในภาวะสงครามนี้นี่เองที่ขัดขวางไม่ให้เราเข้าอาณาจักรสวรรค์ ผู้ใดที่สืบสายเลือดของซาตานและมีชีวิตอยู่ในภาวะที่ขัดแย้ง ผู้นั้นย่อมเข้าอาณาจักรสวรรค์มิได้
ถ้าศาสนาทั้งหลายที่มีหน้าที่ช่วยชี้ทางแก่ผู้คน ยังมาต่อสู้กันเองอีก ในยุคสุดท้าย ศาสนาต่างๆ เหล่านั้นจะพบกับจุดจบอันน่าเศร้า พระเจ้าจะมิทรงประทับอยู่ในที่ที่มีความขัดแย้ง ศาสนาทุกศาสนา นิกายทุกนิกาย จะต้องสมัครสมานสามัคคีและรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ศาสนาคือขบวนการที่พยายามเอาชนะเหนือร่างกายและช่วยปลดปล่อยมโนธรรม แต่ศาสนาเองก็ยังไม่ใช่กุญแจที่จะไขเพื่อเปิดประตูแห่งความรอด เพราะประตูแห่งความรอดจะเปิดออกได้ก็ด้วยความรักที่แท้จริงของพระเจ้าเท่านั้น หากไม่มีการสืบทอดความรักที่แท้จริง ชีวิตที่แท้จริง และสายเลือดที่แท้จริงของพระเจ้า ก็จะไม่ได้รับความรอด เราไม่ได้รับการช่วยให้รอดได้ด้วยการเพียงแต่เชื่อศาสนาเท่านั้น แท้จริงแล้ว ศาสนาดำรงอยู่ก็เพื่อควบคุมร่างกาย
ท่านคิดว่าระหว่าง มโนธรรมของตัวเราเอง กับ พระเจ้า ใครจะรู้ก่อนกันว่าตัวเรากำลังทำอะไรอยู่? มโนธรรมนั้นรู้ก่อน มนุษย์เป็นสิ่งดำรงอยู่ที่แยกต่างหากจากพระเจ้า เช่นเดียวกับที่สามีและภรรยาเป็นสิ่งดำรงอยู่ที่แยกจากกันและมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกัน ถ้าพระเจ้าทรงล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างก่อนมโนธรรมของมนุษย์จะรู้ เราก็สามารถพูดได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า เหมือนกับว่าเราเป็นร่างกายเดียวกันกับพระองค์ แต่อุดมคติแห่งความรักจะไม่สามารถสำเร็จลงได้เพราะใครเพียงลำพัง มนุษย์คือกรรมที่เป็นแก่นสารของพระเจ้า ดังนั้น เมื่ออาดัมและเอวากระทำบาป พระเจ้าจึงทรงถามเขาว่า "อาดัม เจ้าอยู่ที่ไหน"
เพราะว่ามนุษย์เกิดขึ้นบนพื้นฐานของแรงผลักดันแห่งความรักที่แท้จริงของพระเจ้า เราจึงสามารถกลับไปสู่พระเจ้า และเป็นเสมือนสิ่งดำรงอยู่แห่งบุคลิกลักษณะที่สามารถตอบสนองต่อพระองค์ได้ด้วยความรักที่แท้จริง เมื่อลูกมีอายุมากขึ้น เมื่อพ่อแม่อายุหนึ่งร้อยปีและลูก อายุแปดสิบปี ในความสัมพันธ์ของพ่อ-ลูกก็จะมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนด้วย เราไม่สามารถเอาความแข็งแรงทางกายภาพของผู้หญิงไปเปรียบเทียบกับความแข็งแรงทางกายภาพของผู้ชายได้ เธอไม่สามารถเอาชนะเขาได้ด้วยกำลัง แต่เธอชนะเขาได้ด้วยความรัก ภรรยาและสามีถูกดึงดูดเข้าหากัน และจะติดตามซึ่งกันและกัน ถ้ามนุษยชาติกลายเป็นกรรมแห่งความรักของพระเจ้า พระองค์จะมิทรงรู้สึกปีติยินดีหรอกหรือ พระองค์ทรงต้องรู้สึกปีติยินดีอย่างแน่นอน
พระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นมาให้มีคุณค่าของการเป็นกรรมแห่งความรักของพระองค์ แต่เพราะว่าอุดมคตินี้ได้สูญเสียไปเพราะการตกสู่บาป ดังนั้น มันจะต้องถูกแก้ไขกลับคืนมา การแก้ไขนี้นี่เองที่เป็นความมุ่งหมายของชีวิตและประวัติศาสตร์ของมนุษย์
พระเจ้าทรงก่อตั้งศาสนาต่างๆ ขึ้น และสัญญาว่า วันหนึ่ง ศาสดาของศาสนาเหล่านั้นจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ศาสนาคริสต์สอนว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง ศาสนาพุทธก็มีการกล่าวถึงพระพุทธเจ้าที่จะทรงบังเกิดขึ้นอีก ลัทธิขงจื๊อก็พูดถึง "ขงจื๊อคนใหม่" ในทำนองเดียวกัน ศาสนาอิสลามก็รอคอยการกลับมาของ "พระโมฮัมหมัด"
พระเจ้าทรงก่อตั้งศาสนาต่างๆ ขึ้นมาทำไม? น้ำพระทัยของพระองค์จะสำเร็จได้ก็กับบุตรสุดที่รักทั้งหลายของพระองค์ ผู้ซึ่งเป็นเสมือนเนื้อหนังและสายโลหิตของพระองค์ พระองค์ทรงต้องการจะสร้างครอบครัว เผ่าพันธุ์ และเชื้อชาติแห่งความรักที่แท้จริงขึ้นมา โดยมีศูนย์กลางที่บุตรธิดาเช่นนั้น
เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าพระผู้มาโปรดที่จะเสด็จมาอีกครั้งนั้นทรงเป็นบุคคลแบบใด พระองค์ทรงควรที่จะเป็นผู้ที่ทำให้อุดมคติของศาสนาทุกศาสนากลายเป็นจริง พระองค์ทรงควรที่จะมาสู่โลกนี้เพื่อเป็นเสมือนรากแห่งความรักที่แท้จริงนิรันดร์ของพระเจ้า พระองค์ทรงควรที่จะได้เป็น "พ่อแม่ที่แท้จริง" และทำงานเพื่อสร้างครอบครัวอุดมคติให้เกิดขึ้นบนโลก ซึ่งเชื่อมต่อกับชีวิตและสายเลือดที่แท้จริงโดยการแก้ไขความรักที่แท้จริงซึ่งสูญเสียไปกลับคืนมา นี่คือความมุ่งหมายของแผนการแห่งการช่วยให้รอด
เนื่องจากการตกสู่บาป พระเจ้าทรงสูญเสียพ่อแม่ที่แท้จริง บุตรชายและบุตรสาวที่แท้จริงของครอบครัวของอาดัมไป ซึ่งหมายความว่า พระเจ้ายังมิทรงมีลูกที่แท้จริง ไม่มีครอบครัวใดที่เชี่อมต่อกับสายเลือดซึ่งมาจากความรักที่แท้จริงของพระเจ้า
พ่อแม่ที่ตกสู่บาปได้ทำให้สายเลือดเริ่มต้นขึ้นจากความรักที่จอมปลอมและชีวิตที่จอมปลอม ด้วยเหตุนี้ จิตใจกับร่างกายของเราจึงเริ่มต่อสู้กัน อาดัมกับเอวากลายเป็นศัตรูกัน และตามมาด้วยการต่อสู้กันระหว่างลูกชายของอาดัมจนกระทั่งถึงแก่ชีวิต
แผนการแห่งการช่วยให้รอด ก็คือ แผนการแห่งการแก้ไข ซึ่งพระเจ้าทรงชี้นำเพื่อแก้ไขบุตรธิดาที่สูญเสียไปของพระองค์ แก้ไขความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่สัมบูรณ์ระหว่างจิตใจกับร่างกาย แก้ไขความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่สัมบูรณ์ระหว่างสามีกับภรรยา ระหว่างพ่อแม่กับลูก กลับคืนมาภายใต้ความรักที่แท้จริงของพระองค์ ครอบครัวที่แท้จริงซึ่งมีคุณสมบัติที่จะมีชีวิตอยู่กับพระเจ้าได้ตลอดไปควรจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับศาสนาคริสต์ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าสาวของพระผู้มาโปรด การสร้างความสัมพันธ์แห่งสายเลือดดังกล่าวขึ้นกับพระเจ้าจะทำให้เราสามารถสร้างครอบครัวสามัคคี เผ่าสามัคคี เชื้อชาติสามัคคี และโลกสามัคคีขึ้นมาได้ และทำให้แผนการแห่งการช่วยให้รอดบรรลุผลสำเร็จ
แขกผู้มีเกียรติและพี่น้องที่รักทุกท่าน มันไม่จริงหรอกหรือที่ท่านก็ต้องการให้ประเทศนี้ได้รับพระพรของพระเจ้า แต่ประเทศนี้ได้รับพระพรของพระเจ้าได้ก็ต่อเมื่อท่านกลายเป็นบุคคลที่มีจิตใจกับร่างกายที่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในความรักที่แท้จริงของพระเจ้า และท่านจะต้องกลายเป็นสามีภรรยาที่รักและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างสัมบูรณ์ เมื่อครอบครัวเช่นนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พระเจ้าก็จะทรงประทับอยู่ในประเทศนี้ ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้น ประเทศนี้ก็จะกลายเป็นประเทศศูนย์กลางของโลกโดยอัตโนมัติ
ในวันนี้ ถ้าท่านจะถามข้าพเจ้า ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นผู้ก่อตั้งโบสถ์แห่งความสามัคคี ว่า "ภารกิจของโบสถ์แห่งความสามัคคีคืออะไร?" ข้าพเจ้าก็จะตอบว่า โบสถ์แห่งนี้มีความรักที่แท้จริงของพระเจ้า โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งเราพยายามรวมจิตใจกับร่างกายของเราให้เป็นหนึ่งเดียวกันภายใต้ความรักที่แท้จริง โบสถ์แห่งนี้เป็นสถานที่ซึ่งเราพยายามสร้างการแต่งงานอุดมคติที่สามีกับภรรยาจะรักและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริง เป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์ทุกคนจะสามารถกลายเป็นบุตรธิดาของพระเจ้าและเป็นพี่น้องที่ไม่มีวันจะพรากจากกัน ข้าพเจ้ากำลังประกาศว่าโบสถ์แห่งความสามัคคีกำลังทำภารกิจที่พระเจ้าทรงมอบหมายให้
ความรักที่จอมปลอม สายเลือดที่จอมปลอม ทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกทำให้มีมลทินเพราะการตกสู่บาปของบรรพบุรุษเริ่มแรก ได้ถูกชำระให้บริสุทธิ์ด้วยความรักของพระเจ้าและความรักของพ่อแม่ที่แท้จริง ตามแผนการของพระเจ้า ในฝ่ายภายนอก ข้าพเจ้ากับภรรยาได้ร่วมกันก่อตั้ง "อุดมการณ์ฝ่ายยอด" (Headwing) ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา ในฝ่ายภายใน เราได้ทำงานโดยผ่าน "อุดมการณ์พระเจ้านิยม" (Godism) ซึ่งได้แก่ความรักที่แท้จริง เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับมโนธรรมและโลกฝ่ายวิญญาณ ด้วยการกระทำเช่นนี้ทำให้เราทั้งสองบรรลุถึงตำแหน่ง "พ่อแม่ที่แท้จริง" พิธีมงคลสมรสนานาชาติเป็นพิธีที่เราจัดขึ้นเพื่อหว่านเมล็ดแห่งความรักที่แท้จริง ชีวิตที่แท้จริง และสายเลือดที่แท้จริง เพื่อการรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแห่งความรักระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ พิธีอำนวยพรอันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นพิธีเพื่อแก้ไขครอบครัวที่เกิดขึ้นมาจากการแต่งงานที่ผิดพลาด ซึ่งได้รับเอาเมล็ดแห่งความรักที่จอมปลอม ชีวิตที่จอมปลอม และสายเลือดที่จอมปลอมเข้ามา โดยการตกสู่บาป ดังนั้น พิธีดังกล่าวจึงเป็นพิธีที่จะเปิดหนทางไปสู่การสร้างครอบครัวใหม่ที่เป็นครอบครัวที่แท้จริงขึ้นมา เราต้องการเชื่อมต่อมนุษยชาติในทั่วโลกเข้ากับพระพรอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า และช่วยพวกเขาให้กลายเป็นบุคคลและครอบครัวแห่งสวรรค์ที่สามารถสร้างอาณาจักรสวรรค์ขึ้นบนโลกนี้
โดยเริ่มแรกแล้ว พระเจ้าทรงต้องการให้มวลมนุษยชาติเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยสายเลือด เหนือขอบเขตของชาติ และสร้างครอบครัวมนุษยชาติที่เป็นสากลหนึ่งเดียวขึ้นโดยมีพระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลาง ความมุ่งหมายของโบสถ์แห่งความสามัคคีก็คือการปลดปล่อยโลกเพื่ออาณาจักรสวรรค์จะสามารถมาสู่โลกนี้และในโลกฝ่ายวิญญาณได้ สิ่งนี้จะสำเร็จได้โดยการสร้างวัฒนธรรมแห่งหัวใจขึ้นในระดับโลก โดยการประกาศ และปฏิบัติอุดมการณ์แห่งความเป็น "พ่อแม่ที่แท้จริง" "สามีภรรยาที่แท้จริง" และ "พี่น้องที่แท้จริง" โดยมีศูนย์กลางที่ความรักที่แท้จริง
ตลอดระยะเวลาห้าสิบปีนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา สาธุคุณมูนถูกกดขี่ข่มเหง สาธุคุณมูนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทั่วโลก แต่ในขณะนี้ คนทั้งหลายเริ่มเข้าใจแล้วว่าการกดขี่ข่มเหงดังกล่าวไม่ใช่เพราะว่าข้าพเจ้ากระทำอาชญากรรมใดๆ แต่เพราะข้าพเจ้าพยายามช่วยพวกเขาให้รอด ปัจจุบันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน คนทั้งหลายเริ่มรู้แล้วว่าข้าพเจ้าเป็นคนดี
สาธุคุณมูนมีส่วนช่วยทำให้ลัทธิคอมมิวนิสต์ล่มสลาย แต่สาธุคุณมูนกลับเป็นผู้ที่ยื่นมือไปหาประธานาธิบดี มิคาอิล กอร์บาชอฟ และ คิม อิล ซุง ด้วยความรักที่แท้จริงและด้วยความจริง และสาธุคุณมูนยังช่วยอเมริกาที่กำลังตกไปสู่ความเสื่อม ข้าพเจ้าสร้างพื้นฐานต่างๆ ขึ้นมาก็เพื่อทำให้อเมริกามีความหวัง และข้าพเจ้าก็ยังกำลังทำงานเพื่อช่วยแก้ปัญหาความหวาดระแวงกันระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ และรวมทั้งในตะวันออกกลางด้วย
คำพูดทุกคำที่ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ล้วนกลายเป็นความจริงทุกอย่าง โลกทั้งโลกกำลังพยายามทำทุกวิถีทางที่จะหยุดยั้งข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่ตาย และปัจจุบัน ข้าพเจ้าก็กำลังยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของโลกอย่างมั่นคง การที่ข้าพเจ้าสามารถประกาศความจริงกับท่านในวันนี้ได้ก็เพราะความรักของพระเจ้า ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ท่านเข้าใจว่า ที่ข้าพเจ้ามีชีวิตรอดมาได้นั้นก็เพราะการทรงปกป้องของพระเจ้าเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเชี่อว่าท่านจะศึกษาเรื่องราวของโบสถ์แห่งความสามัคคีอย่างจริงจัง
ในวันนี้ วันที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เราได้มาพบกัน ข้าพเจ้าได้แบ่งปันข่าวสารที่สำคัญนี้ให้กับท่าน และข้าพเจ้าก็ไว้วางใจในตัวท่าน ข้าพเจ้าขอให้ท่านอย่าลืมข่าวสารนี้ และขอให้ท่านตั้งใจอย่างแน่วแน่อีกครั้งหนึ่งบนพื้นฐานของความเข้าใจใหม่นี้ ในการดำเนินชีวิตตามหนทางที่ถูกต้อง และนำพระพรของพระเจ้าไปสู่ครอบครัวของท่านและประเทศชาติของท่าน แล้วครอบครัวอุดมคติทั้งหลายจะปรากฏขึ้นบนโลก
มิสซิสมูนกับตัวข้าพเจ้า ได้เข้าพบกับประธานาธิบดีของประเทศต่างๆ ในอเมริกาใต้สิบเจ็ดประเทศ รวมทั้งบรรดาบุคคลสำคัญอื่นๆ ด้วย หลังจากนั้น ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราได้จัดพิธีมงคลสมรสนานาชาติขึ้นสำหรับคู่แต่งงาน 360,000 คู่ ซึ่งมาจาก 163 ประเทศ และประสบความสำเร็จ หลังจากนั้น ข้าพเจ้าก็เดินทางไปแสดงปาฐกถาในเมืองใหญ่ทั้งสิบหกเมืองในอเมริกา ขณะเดียวกัน มิสซิสมูนพร้อมด้วยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช และภรรยา ยังได้แสดงปาฐกถาให้กับผู้ฟังกว่า 50,000 คน ที่โตเกียวโดม ในกรุงโตเกียว และในเมืองสำคัญอื่นๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น ในการแสดงปาฐกถาที่แสดงต่อสาธารณชนนี้ มิสซิสมูนกับข้าพเจ้า ได้สอนชาวโลกในเรื่องความสำคัญของความบริสุทธิ์ฝ่ายวิญญาณ ซึ่งเป็นแนวความคิดหลักของการสร้างครอบครัวที่แท้จริงและการพัฒนาทางศีลธรรมจรรยาของเยาวชนของเรา
ท่านอาจจะรู้แล้วว่า สาธุคุณมูนกับมิสซิสมูนเป็นที่รู้จักในทั่วโลกแล้วว่าเป็นเสมือนกับ "พ่อแม่ที่แท้จริง" และถ้าหากว่า เมื่อใดที่เราทุกคนได้เป็นพ่อแม่ที่แท้จริงแล้ว เมื่อนั้นเราจะสามารถเชื่อมต่อกับพระเจ้าในความรักที่แท้จริง ชีวิตที่แท้จริง และสายเลือดที่แท้จริง ข้าพเจ้าปรารถนาจะให้ท่านจดจำสิ่งหนึ่งเอาไว้ นั่นคือ ห้วงแห่งการหลุดพ้น เสรีภาพ ความสามัคคี และสันติภาพ จะเกิดขึ้นได้จากครอบครัวที่แท้จริงและตัวท่าน สิ่งนี้เองที่จะทำให้ความหวังในสันติภาพเบ่งบานขึ้นบนโลก
สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอให้ท่านเก็บข่าวสารที่ข้าพเจ้าได้มอบให้กับท่านในวันนี้ไว้ในหัวใจของท่าน ขอให้ท่านกลายเป็นบุคคลและครอบครัวที่แท้จริงที่จะนำทางไปสู่ยุคแห่งความหวังและความสุขในศตวรรษที่ 21 ขอพระพรของพระเจ้าจงอยู่กับครอบครัวของท่านและประเทศของท่าน
ขอบพระคุณมากครับ.
 






Add comment to this page:
Your Name:
Your message:

Today, there have been 20 visitors (70 hits) on this page!

** การศรัทธาของคนๆหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าเขา จะรักพี่น้อง(มุสลิม)ของเขา เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของ เขาเอง ** (บันทึกโดย บุคอรี-มุสลิม) ** เท้าทั้งสองขอลูกหลานอาดัมจะยังไม่ก้าวเดินไปไหน ในวันกิยามะฮฺ จนกว่าจะถูกถามเกี่ยวกับอายุของเขาหมด ไปในทางใด จากความรู้ของเขาปฎิบัติตัวอย่างไร จากทรัพย์สมบัติของเขาได้มาและใช้จ่ายไปในทิศ ทางใด และจากร่างกายของเขาทรุดโทรมลงไปใน ทางใด ** (บันทึกโดย ติรมีซีย์ ) ===================== ส่งเมล์ถึงเว็บมาสเตอร์ ส่งเมล์ถึง Webmaster

อิสลามกับสันติวิธ๊

อาหารมุสลิมในเชียงใหม่

ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ

สนง.อิสลามเชียงใหม่

พัฒนาชุมชนมุสลิม ชม.

muslimchaingmaithailand

องค์กรมุสลิมพัฒนาประชาธิปไตยภาคเหนือ

บอร์ดครอบครัวchumpon free website แจก java script code รวมของฟรีในเน็ต รวมเว็บไซต์ไทย --

====== ========= =========
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=
ข้อความจากเว็บบอร์ด และที่อื่นๆ ที่เปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้แสดงความคิดเห็น นำเสนองานเขียน และแนะนำติชม ฯลฯ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน sex in islam ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ เพราะไม่สารารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง พบข้อความที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดี แจ้งมาที่ เจ้าบ้าน เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป