เว็บไซต์นี้ไม่เหมาะสำหรับ พวกคลั่งชาติคลั่งศาสนาและ ผู้ที่มีเยื่ออารมณ์บาง ผู้ปกครองควร พิจารณา ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัวหรือกติกาที่สวยงามอะไรซ่อนอยู่ที่นี่ และคำตอบสุดท้ายก็ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช่หรือไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับจินตนาการและจุดยืนของแต่ละผู้คน เราคงไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยหรือแลกเปลี่ยนคำสนทนากัน หากเรามีแง่คิดและมุมมองที่เหมือนกัน ชีวิตคงจะน่าเบื่อหน่าย ถ้าเรามัวแต่คิดอะไรแบบเดิมๆ ไม่กล้าที่จะแปลกแยกแตกต่างและผ่าเหล่า "sex in islam" ไม่ใช่ข้อสรุปหรือบทพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องใช่หรือไม่ใช่ แท้จริงอาจเป็นแค่เพียงบ่อน้ำที่ตื้นเขิน รอปลากระเสือกกระสน มาดิ้นตาย (คำคมเก็บมาจากบ้านจอมยุทธ์ดอทคอม) อ่านกระทู้ด้านศาสนาโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หรือสอบถามผู้รู้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนนำไปปฎิบัติหรืออ้างอิงใดๆ
     Home
     Contact
     กระดานเสวนา
     สมุดเยี่ยม
     Link list
     เรื่องราวแห่งความรัก
     การทำความสะอาด
     สำหรับมุสลิมมะฮฺ
     ชายมุสลิม
     เพศสัมพันธ์ในอิสลาม
     สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ
     คืนแรกอันงดงาม
     สิทธิสำหรับภรรยาในการร่วมหลับนอน
     การแต่งงานแบบมุสลิม
     “สามีที่ประสบความสำเร็จ”
     ซีนาและ บทลงโทษ
     การครองเรือนกับภรรยาหลายคน
     รักร่วมเพศในทรรศนะอิสลาม.
     ร่วมรักที่เจ็บจริงๆ นะคุณ
     ทำงานหนัก “เซ็กซ์เสื่อม”?
     ชอบ รัก หลง แตกต่างกันอย่างไร?
     อะไร? คือ ความรัก
     สปีชี่ส์ ของคน “โสด”
     ทำไมภรรยาถึงต้องนอกใจสามี?
     ดื่มน้ำรักษาโรค
     เรื่องเซ็กส์ ที่ครอบครัวควรรู้
     การดูแลหลังคลอดแบบแผนไทย
     นวดกายคลายโรค
     Sex ประตูหลัง สุขสุดๆ หรือเสี่ยงสลด !
     เซ็กส์กับคนอ้วน
     นวดตัวเอง 14 กระบวนท่า
     เหตุที่ทำให้สามีนอกใจ
     แม่ผัวลูกสะใภ้
     เป็นสามี-ภรรยา-พ่อแม่ดีอย่างไร
     ฐานะสตรี..ในอิสลาม
     กุญแจเปิดอารมณ์ความต้องการของภรรยา
     การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ
     วิตามินเพื่อพลัง
     มารยาทในคืนแรก
     ปัญหาพิศดารของชีวิตคู่
     ตรวจก่อนแต่ง ลดปัญหาชีวิตคู่
     4 ข้อห้าม....ยามเกิดปัญหาในชีวิตคู่
     ชีวิตคู่ 7 แบบ
     คำพูดดีดี ในชีวิตคู่
     ที่ต้องปฏิบัติเมื่อลูกเกิด
     เครียดเพราะเซ็กซ์
     เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น...เป็นฉันใด
     เสน่ห์หญิงเป็นอมตะ
     11 ข้อคิดเกี่ยวกับเซ็กซ์
     ชั้นเชิงชาย
     สุขภาพจิตในทัศนะอิสลาม
     ต้นแอปเปิ้ลกับเด็กน้อย
     การวางตัวของสตรี (ให้พ้นจากภัยในบ้าน)
     มาตรการ ป้องกันการซินา 1
     มาตรการ ป้องกันการซินา2
     ครอบครัวที่แท้จริงกับตัวเรา
     การข่มขืน(ประวัติศาตร์ของการข่มขืน)

ร่างกายที่แข็งแรงคือร่างกายเคลื่อนไหว จิตใจที่เข้มแข็งคือจิตใจที่สงบนิ่ง วัสสาในวาโย บนถนนที่ทอดยาวของชีวิต ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องเจอก้อนหินและขวากหนามขวางกั้นทั้งสิ้น ไม่มีเส้นทางใดที่งดงามและเรียบสงบ แต่น่าแปลกที่บางคนมองเห็นหลุมดำใหญ่มหึมา ขณะที่บางคนมองเห็นแค่เพียงแค่ร่องรอยขรุขระ


sexinislam - การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ


การคุมกำเนิดวิธีต่างๆ


ศาสตร์ทางชีวะการแพทย์ได้รับความสำเร็จในการคิดค้นเทคนิคใหม่ในวิธีต่างๆของการคุม
กำเนิดชั่วคราวและการคุมกำเนิดถาวร แต่ก่อนที่จะพูดถึงมันจะเป็นการเหมาะสมที่จะสำรวจดูว่า
นักกฏหมายมุสลิมยอมให้ผู้หญิงคุมกำเนิดหรือไม่

การคุมกำเนิดโดยฝ่ายหญิง
เป็นเรื่องน่าสนใจที่จะกล่าวว่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 มาแล้วที่อิบนุตัยมียะฮ์ (เสียชีวิต ค.ศ. -
1328) นักศาสนวิทยาผู้มีชื่อเสียงสำนักฮัมบาลี และเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายได้ถูกถามเกี่ยวกับ
การใช้เครื่องมือการคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง คำถามและคำตอบในเรื่องนี้ได้ถูกบันทึกไว้แล้วในฟัต
วา (ข้อวินิจฉัย) ของท่าน คำถามและคำตอบเหล่านั้นมีดังนี้
คำถาม: เป็นการถูกกฎหมาย (หะลาล) หรือได้รับอนุญาต (ญาอิซ) สำหรับผู้หญิงที่จะ
สอด "ยา" เข้าไปในเวลามีเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันน้ำเชื้อให้ไปถึงมดลูกหรือไม่? และหากว่า "ยา"
นั้นอยู่ข้างในมดลูกหลังการมีเพศสัมพันธ์ และไม่ได้เอาออกเธอจะทำนมาซและถือศีลอด (เศาม)
หลังจากอาบน้ำนามข้อบังคับ (ghusl) ได้หรือไม่?
คำตอบ: ในเรื่องที่เกี่ยวกับการนมาซอันเป็นข้อบังคับและการถือศีลอดทั้งสองนี้กระทำ
ได้ ทั้งที่ตามความเป็นจริงแล้ว "ยา" ยังคงอยู่ภายในก็ตามแต่ในเรื่องที่เกี่ยวกับข้ออนุญาต (หรือ
การใช้ยาดังกล่าว) มีความคิดเป็นต่างกันไประหว่างอุละมาอฺ (นักวิชาการ) และจะเป็นการรอบคอบ
กว่าที่จะไม่ใช้ยา และอัลลอฮ์รู้ดีที่สุด สิ่งที่จะบันทึกไว้ก็คือว่า อิบนุตัยมียะฮ์ไม่เคยประณามการปฏิ-
บัตินี้เลย แต่ได้แนะว่าเราควรจะระมัดระวังในการใช้ "ยา" ดังกล่าว ดังนั้นจะเป็นข้อเลือกที่ดีกว่า
ที่ผู้หญิงจะไม่ใช้ยา บางทีท่านอาจจะบอกเป็นนัยถึงอันตรายที่ "ยา" จะมีต่อสุขภาพของผู้หญิงก็ได้

ในอีกทางหนึ่งผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายหะนะฟีอิบนุนุญัม (เสียชีวิตปี ค.ศ. 1503) ยืนยันถึง"
การปิดรูมดลูกที่เปิดอยู่" โดยการเปรียบเทียบกับความคิดเก่าในเรื่องการหลั่งข้างนอกของผู้ชาย
ว่าควรเป็นเรื่องการยินยอมของสามี


การคุมกำเนิดชั่วคราว
การคุมกำเนิดชั่งคราวเป็นวิธีที่ไม่มีลักษณะถาวร วิธีการต่อไปนี้จะเข้าอยู่ในข่าย
(ก) การฉีดยาเข้าร่างกาย
(ข) การใช้ช่วงจังหวะ
(ค) กรหลั่งข้างนอก (อัซล)
(ง) ยาฆ่าอสุจิ (มีลักษณะเป็นครีม เป็นโฟม เป็นยาเม็ดสอดใส่ในช่องคลอดผู้หญิง)
(จ) ถุงยาง (ปลอก)
(ฉ) หมวกปิดอวัยวะ
(ช) เครื่องมือที่ใส่เข้าไปในมดลูก (I.U.D. เช่น บ่วง เขต ขน ฯลฯ)
(ซ) ยาคุมกำเนิดที่เป็นเม็ด
(ฌ) ยาคุมกำเนิดแบบฉีด
(ญ) ยาเม็ด
หลักการที่มีอยู่ในข้อ (ค) คือการป้องกันน้ำเชื้อไม่ให้เข้าไปในมดลูกดังนั้นจึงขัดขวางการ
เพาะพันธุ์ของรังไข่ ส่วนวิธีการอื่นๆ ก็มีวัตถุประสงค์เหมือนกันดังนั้นจากการเปรียบเทียบ จึงไม่
มีความยากลำบากอะไรในการยอมรับวิธีการดังกล่าว แต่มีปัญหาบางประการเกี่ยวกับ I.U.D. ที่
ปรึกษาทางการแพทย์ของครอบครัวชาวแอฟริกากล่าวว่า "การตั้งครรภ์บางโอกาสอาจปรากฎขึ้น
ได้แม้ว่าจะใช้เครื่องมือ และหากว่ามีการตั้งครรภ์ขึ้นมาก็มีอันตรายต่อการแท้งลูกในระหว่าง
เดือนที่สี่และเดือนที่หก และจะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์นอกมดลูก (บริเวณข้างนอกรังไข่)"

ในเมื่อ I.U.D. อาจจะเป็นผลให้ผู้หญิงแท้งลูกได้หากว่าเธอตั้งท้องขึ้นมาการใช้ I.U.D.
จึงเป็นปัญหาเช่นเดียวกัน มีวิธีการอื่นๆในการคุมกำเนิดซึ่งไม่ใด้ขัดขวางการเพาะพันธุ์แต่เป็น
การปลูกพันธุ์ อิมามฆ่อซาลีมีความคิดว่าการเพราะพันธุ์นั้นเป็นตัวประกอบที่สำคัญและการรบ
กวนมันนั้นเป็นอาชญากรรม นี่ก็อาจทำให้วิธีการดังกล่าวเป็นปัญหา อย่างไรก็ตามในเมื่อการ
ใช้วัตถุในการภุมกำเนิดถูกถือว่าเป็นสิ่งมักรูฮ์ (ไม่พึงปรารถนา ไม่เหมาะสม)

ดังนั้นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องเทคนิคต่างๆ จะยิ่งทำให้เรื่องต่างๆยุ่งยากมากขึ้น


วิธีการคุมกำเนิดถาวร
เป็นวิธีที่มีลักษณะภาวรและวักษณะดังต่อไปนี้ถือว่าอยู่ในข่าย
(ก) การตัดท่อน้ำเชื้อ
(ข) การผูกปีกมดลูก
(ค) การตัดมดลูกออก
วิธีทั้งหมดดังกล่าวมานี้ก่อให้เกิดการเป็นหมันและต้องใช้การผ่าตัดเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย
ถ้าผู้หญิงเลือกการผูกปีกมดลูก ตัดมดลูกออก หรือให้ผู้ชายตัดท่อน้ำเชื้อเป็นวิธีคุมกำเนิดแล้ว
ทั้งชายและหญิง ก็ไม่มีโอกาสสืบพันธุ์ได้อีกอย่างไรก็ตามควรจะกบ่าวไว้ด้วยว่าการตัดมดลูก
เช่นการเอามดลูกออกทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นข้อเลือกสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ มาตรการดังกล่าว
จะต้องใช้กระบวนการผ่าตัดใหญ่ที่จะหลีกเลื่ยงการตั้งครรภ์ และเป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงและหาก
ต่อมาผู้หญิงต้องการจะมีลูกอีก ท่อปีกมดลูกก็สามารถ "แก้ออกได้" หรือ "ต่อใหม่" ได้อีก แต่
ก็ไม่มีประโยชน์อะไร รอเบิร์ต เอ็ชกลาส M.D. และโรนัลด์ เจ.เอริคสัน Ph.D. ได้กล่าวว่า
"การทำหมันทางท่อ" นั้นบ่อยครั้งเรียกว่า "การผูกท่อ" และคนที่ปรารถนาจะยกเลิกการทำ
หมันต้องตกใจที่พบว่าการซ่อมท่อนั้นไม่ได้อยากมากไปกว่าการคลายปมออกแต่อย่างใด

ความเป็นจริงแล้วการทำหมันต้องมีการเคลื่อนย้ายหรือทำลายโดยเหล็กร้อนๆ (เผา) ที่
ส่วนของท่อ โอกาสแห่งความสำเร็จในการต่อส่วนที่แบ่งออกของแต่ละท่อ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับ
เทคนิคที่ใช้ในการทำหมัน เช่นเดียวกันอาจโต้แย้งได้ว่า ความจริงแล้วการตัดท่อน้ำเชื้อในร่าง
กายนั้นเปลี่ยนแปลงได้แม้ว่าจะเป็นการเสี่ยง ดังนั้นการจัดมันให้อยู่ภายใต้วิธีการที่เปลี่ยน
แปลงไม่ได้จึงผิด อย่างไรก็ตาม ดร.คลิฟว์วูด ได้กล่าวอ้างถึงการตัดท่อน้ำเชื้อว่าผู้เชี่ยวชาญ
จำนวนมากเชื่อว่า การตัดท่อน้ำเชื้อควรจะถือว่าเป็นวิธีการที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ มีแพทย์บาง
คนมีความชำนาญในการการต่อส่วนของปลายท่อน้ำเชื้อที่ถูกตัดเพื่อสนองตอบต่อข้อเรียกร้อง
ของคนไข้ที่ต้องการจะมีลูกได้อีกและก็มีรายงานว่านายแพทย์เหล่านี้ได้รับความสำเร็จไม่น้อย
ในการฟื้นฟูน้ำเชื้อให้เป็นตัวเชื้อใน 50 รายหรือมากกว่า อย่างไรก็ตามการคืนกลับมาสู่ความ
สมบูรณ์ไม่อาจรับประกันได้ และในเมื่อเป็นเช่นนี้คนไข้ซึ่งโดยทั่วไปดูเหมือนจะเปลี่ยนความ
คิดในเวลาต่อมาจึงไม่ถือว่าเป็นผู้สมัครเข้ารับการผ่าตัดที่ดี

ดร.อัลบูตีกล่าวว่า อุละมาอฺได้ตกลงอย่างเป็นเอกฉันท์ว่าไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือใดๆ
ที่อาจจะทำให้บุคคลไม่สามารถกำเนิดได้ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นหญิงหรือชาย ไม่ว่าการใช้
เครื่องมือนั้นปฏิบัติตามการยินยอมของฝ่ายใดหรือของทั้งสามีภรรยาก็ตาม

ในที่นี้อาจเป็นเรื่องถูกต้องที่จะชี้ว่าคำแถลงของ ดร.อัลบูตีอาจจะอ้างไปถึงการใช้วิธีการ
การคุมกำเนิดถาวรที่ไม่ใช่เพื่อเหตุผลทางอายุรเวช เป็นเรื่องถูกต้องที่กุรอานกล่าวว่า "และ
บรรดาผู้ไม่ได้รับความสำเร็จในการสมรส จะรักษาตัวเอาไว้จนกว่าอัลลอฮ์จะทรง
ประทานความร่ำรวยให้"

ในการอรรถาธิบายโองการข้างต้น อิบนุกษีรกล่าวว่านี่เป็นคำสั่งจากอัลลอฮ์ผู้ทรงเกรียง
ไกร สำหรับผู้ที่ไม่อยู่ในสภาพที่จะแต่งงานได้ (ให้รักษาความบริสุทธิ์เอาไว้) โดยไม่หาความ
สำราญในสิ่งที่เป็นข้อห้ามอย่างที่ศาสดาได้กล่าวว่า " ใครก็ตามที่ไม่อยู่ในสภาพ (ที่จะ
แต่งงาน) ควรถือศีลอดมันเป็นวิธีการที่จะควบคุม (อารมณ์ของเรา) "

การควบคุมอารมณ์ไม่ได้หมายถึงการด้วยการกินการบูรหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกันนั้นเป็น
รูปแบบของการตอน และกล่าวกันว่าการตอนก็เป็นหะรอม (ต้องห้าม) เกี่ยวกับการตอนมีหะ
ดีษที่อ้างถึงเรื่องนี้ดังนี้
(ก) สะอัดอิบนะอบีวักกอส (ร.ฎ.) กล่าวว่า "ผู้ถือสาสน์ของอัลลอฮ (ศ็อลฯ) คัดค้าน
ต่ออุษมานอิบนุมาซอูน (ร.ฎ.) ที่อยู่เป็นโสด หากว่าท่านศาสดาอนุญาตเขาให้ทำเช่นนั้น เรา
(คนอื่นๆ) ก็จะทำหมันให้ตัวเราเอง"
(ข) อับดุลลอฮ์บินมัสอูด (ร.ฎ.) ได้รายงานว่า "เราได้ออกสงครามกับท่านศาสดา
(ศ็อลฯ) และเราไม่มีผู้หญิงไปพร้อมกับเรา เรากล่าวว่าเราไม่ควรจะตอนตัวพวกเราหรอกหรือ
? ท่าน (ศาสดา-ศ็อลฯ) ห้ามปราบเราไม่ให้ทำเช่นนั้น"

เวลานี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการตอนนั้นไม่เหมือนกับการตัดท่อน้ำเชื้ออย่างที่ คลิฟว์วูด
กล่าวไว้ว่า "การตอนนั้นต้องตัดท่ออสุจิหรือ "ลูกอัณฑะ" ซึ่งผลิตไม่เฉพาะแต่น้ำเชื่อเท่านั้น
แต่ยังผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งจำเป็นต่อการคำรงความเป็นเพศชายเอาไว้ รวมทั้งการขับ
เคลื่อนทางเพศด้วย การตัดท่อน้ำเชื้อในร่างกายนั้นได้ก่อให้เกิดความอ่อนแอ และความ
เฉื่อยชาซึ่งโดยทั่วไปเชื่อกันว่าจะอยู่คู่กับการตอน"

สันนิษฐานที่อุละมาอุประกาศว่าการคุมกำเนิดถาวรเป็นหะรอม (ข้อห้าม) นั้นก็ด้วยการ
เปรียบเทียบว่าการตอนเป็นข้อห้ามโดยท่านศาสดาตอฮีร มะห์มูดไม่เห็นด้วยกับการเปรียบ
เทียบดังกล่าว เขากล่าวว่าการหลั่งข้างนอกผู้หญิงและสำหรับเรื่องนี้เขาต้องใช้ความพยายาม
เป็นพิเศษในทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ การตัดท่อน้ำเชื้อเป็นกระบวนการทางการแทพย์ซึ่งผล
แบบเดียวกันจะได้รับบนพื้นฐานที่ถาวรหรือระยะเวลานาน แน่นอนที่สุดว่าไม่ได้เป็นการบีบ
คั้นให้หมดความรู้สึกทางเพศ เพราะผู้ชายซึ่งผ่านการทำหมันมาแล้วไม่ได้รับผลกระทบแต่
อย่างใด

ข้อห้ามของอิสลาม ในเรื่องการบีบบังคับให้หมดความรู้สึกทางเพศนั้น ไม่ได้มีนัยต่อ
เหมือนกับการตอน แต่ความเหมือนกันระหว่างทั้งสองก็คือการตอนนั้นทำให้เราไม่สามารถ
ยุ่งเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ได้อีกต่อไป และดังนั้นบุคคลที่ทำการตอนไม่อาจสร้างพันธุ์ของ
ตัวเองได้อีก การตัดท่อน้ำเชื้อไม่อาจเหมือนกับการหลั่งข้างนอก (อัซล) ได้ เพราะอย่างหลัง
นี้อาจจะเป็นไปได้ที่จะมีการตั้งครรภ์ขึ้นมาได้โดยที่น้ำอสุจิได้กระจายเข้าไป โดยไม่ตั้งใจใน
ขณะที่การตัดท่อน้ำเชื้อสามารถหยุดยั้งความเป็นไปได้นี้


อีกครั้งหนึ่ง ตอฮีรมะห์มูด ได้พยายามที่จะให้เหตุผลในเรื่องการผูกปีกมดลูกซึ่งเขาเรียก
ว่า "การตัดปีกมดลูก" "tubectomy" โดยกล่าวว่าเขาไม่เห็นความแตกต่างใดๆระหว่างการ
สอดใส่อะไรลงไปปิดกั้น ไม่ให้เกิดการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่ กับการศัลยกรรมตัดปีกมดลูก
ซึ่งผลของมันก็จะเหมือนกันคือไม่เกิดการตั้งครรภ์และดังนั้นเขาจึงมีความเห็นว่าถ้าหากอย่าง
แรกใช้ได้ตามกฏหมายอิสลาม โดยตรรกะแล้วก็ไม่มีอะไรจะผิดกฎหมายในภายหลัง เขาได้ยืน
ยันว่าผู้เชี่ยวชาญกฎหมายของซาฟีอี อินุ ฮาญาร อ้างถึงเครื่องมือนี้ว่าเป็นมายุฆตี อัลฮับละมิน
อัสลิฮี (บางสิ่งบางอย่าง) ซึ่งตัดเส้นเลือดออกจากที่มาของมันและโแย้งว่า อิบนะฮาญาร ยอมให้
แม้กระทั่งการตัดรังไข่

สำหรับเรื่องนี้อาจจะมีข้อโต้แย้งดังนี้:
ประการแรก ประโยคภาษาอาหรับที่ยกมาซึ่งปรากฏ อยู่ในงานอิบนุฮาญาร ฟัตฮ์ฮุล
บารี ควรจะเขียนได้ดังนี้ มายุฆตี อัลฮะบะละมินอัสลิฮี และนี่อาจหมายความว่า "ซึ่งป้องกัน
การตั้งครรภ์ตั้งแต่เบื้องต้น "ในความเข้าใจของผุ้เขียนสิ่งนี้อ้างไปถึงผู้หญิงที่ใช้มาตรการเช่น
การปิดรังไข่เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่จะเกิดขึ้น แต่แน่นอนไม่ได้หมายถึงการตัดท่อรังไข่หรือ
ปีกมดลูกหรืออย่างที่ ตอฑีมะห์มูดอ้าง
ประการที่สอง อิบนุฮาญารไม่ได้ให้การตัดสินใดๆไว้ เขากล่าวว่าผู้เชี่ยวชาญการ
คุมกำเนิด แต่เขา (อิบนะฮาญาร) เห็นว่าหากเป็นกรณีเช่นนี้ก็จะเป็นการยากที่จะเห็นพ้องกับ
การที่พวกเขายอมให้มี "อัซล" (การหลั่งข้างนอก) อย่างแน่นอน"
ประการที่สาม เป็นไปได้ที่มาตรการทำหมัน ด้วยการผูกปีกมดลูกให้แก่ผู้หญิงจะ
ปฏิบัติได้ในเวลาที่อิบนุฮาญารยังมีชีวิตอยู่ (1372-1449) นอร์แมนอี.ไฮเมสได้ทำการสำรวจ
อย่างจริงจังในหนังสือ "ประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ในเรื่องการคุมกำเนิด" และได้พูดถึงวิธี
การต่างๆที่ได้กล่าวไว้โดย อายุรแพทย์มุสลิม ตัวอย่างเช่น อิบนุสินา (เสียชีวิตปี1037) อิสมา-
อีลอัลญุรญานี (เสียชีวิตปี1136) อิบนุลเบตาร (เสียชีวิตปี1248) และดาวูดอัลอันตากี (เสีย
ชีวิตปี 1599) เขาพบว่าไม่มีใครเลยในหมู่อายุรแพทย์เหล่านี่พูดถึงการทำหมันหญิงว่าเป็น
วิธีการคุมกำเนิด เฉพาะอัรรอซี (เสียชีวิตปี 942) เท่านั้นพูดถึงความเป็นไปได้สำหรับการทำ
หมันชายโดยผ่าน "การทำลายท่อน้ำอสุจิ" ด้วยยาพิษจากพันธุ์ไม้มีพิษ แต่เทคนิคนี้ไม่ได้บอก
ไว้ในงานเขียนเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดของอายุรแพทย์สมัยต่อมา
อุละมาอ์ยืนกรานต่อต้านการคุมกำเนิดถาวรก็เพราะการคุมกำเนินั้นวางอยู่บนพื้นฐาน
ที่ว่าศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ห้ามให้มีการตอน ข้อโต้แย้งต่อไปนี้อาจใส่ลงไปได้เพื่อสนับสนุนข้อ
อ้างนี้
ประการแรก ทั้งการตอนและการคุมกำเนิดภาวรเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับจุดหมาย
หรือวัตถุประสงค์ของซะรีอะฮ์ ซึ่งสนับสนุนสถาบันการแต่งงานเพื่อวัตถุประสงค์เบื้องต้นของ
การสร้างเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เอาไว้
ประการที่สอง การทำหมันและวิธีกรคุมกำเนิดภาวรเท่ากับเปลี่ยนแปลงลักษณะ
ดั่งเดิมและแบบแผนของสิ่งต่างๆ ที่ได้สร้างขึ้นโดยอัลลอฮ์ (สุบห์ฯ) ตามที่ได้บอกไว้โดยกุร
อานว่า การที่เราเข้าไปเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่าน ี้ก็เหมือนกับการทำความมุ่งร้ายของมาร ที่
อัลลอฮ์ (สุบห์ฯ) สัญญาว่ามันจะหลอกลวงพวกเขาให้ทุจริตจนได้รับความสำเร็จด้วยการให้
พวกเขาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮ์บันดาลให้ ในการอรรถาธิบายโองการนี้ มุอัมมะดอะซาด
กล่าวว่าการสร้างที่แสดงตัวของมันออกมานั้น เป็นการแสดงออกตามเจนนารมณ์ที่อัลลอฮ์
ได้วางแผนไว้ ความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะเปลี่ยนเจตนารมณ์ของอัลลอฮ์ก็เท่ากับการ
ทุจริตนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ในเหตุการณ์ที่สุขภาพหรือชีวิตของผู้หญิงไม่ทางใดก็ทางหนึ่งถูก
คุกคามโดยการตังครรภ์นั้น หากว่ามีปรากฎการณ์เช่นนี้หรือหากเธอมีมะเร็งที่รังไข่การทำ
หมันด้วยการผูกปีกมดลูกย่อมกลายเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น "กฏแห่งความจำเป็น" ตามที่ได้
บอกไว้โดยกฎหมายอิสลามก็สมารถนำมาใช้ในกรณีนี้ได้


นายแพทย์มุสลิมและการคุมกำเนิด

บ่อยครั้งที่มีการถามว่านายแพทย์มุสลิม จะขานรับอย่างไรในเหตุการณ์ที่เขาถูกขอให้
บอกวิธีต่างๆของการคุมกำเนิด การคุมกำเนิดชั่วคราวตามที่เราได้เห็นมานั้นไม่หะรอม (ต้อง
ห้าม) แต่ถือว่ามักรูฮ์ (ไม่พึงปรารถนา ไม่เหมาะสม) และดังนั้นมันก็จะมักรูฮ์ด้วยในส่วนของ
นายแพทย์มุสลิมที่จะกำหนดเครื่องมือคุมกำเนิดแก่คนไข้ของเขา แต่เป็นหน้าที่ของเขาที่จะ
ต้องบอกถึงเครื่องมือดังกล่าวหากมีความจำเป็น และหากว่ามันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของ
คนไข้ของเขา ตามที่ได้บอกมาแล้วว่าอายุรแพทย์มุสลิมรุ่นเก่าไม่เคยบอกถึงชนิดเครื่องมือ
ของการคุมกำเนิดบางชนิดแต่อย่างใด จะเป็นแหล่งแห่งทางนำสำหรับแพทย์มุสลิมทุกวันนี้
ที่จะรู้ถึงเหตุผลซึ่งบรรพบุรุษของเขาได้บอกเครื่องมือเอาไว้ ตัวอย่างเช่น อะลีอิบนุอับบาส
(เสียชีวิตปี 994) ในขณะที่พูดถึงการคุมกำเนิดได้กล่าวว่า "บางครั้งเป็นเรื่องจำเป็นที่จะใช้
การคุมกำเนิดต่อบรรดาผู้หญิงที่มีมดลูกเล็กหรือผู้มีโรคซึ่ง ในกรณีถ้าเธอตั้งครรภ์แล้วอาจทำ
ให้เธอต้องเสียชีวิตในการให้กำเนิดบุตร อิบนุสินาให้เหตุผลของการคุมกำเนิดตามพื้นฐาน
ทางการแพทย์ดังนี้ "อายุรแพทย์อาจจะจำเป็นต้องป้องกันการตั้งครรภ์ในหญิงสาวด้วยกลัวว่า
เธอจะเสียชีวิตเมื่อคลอดบุตร หรือยอมให้ในกรณีของผู้หญิงที่กระเพาะปัสสาวะมีความอ่อนแอ
ในกรณีหลังน้ำหนักของทารกอาจจะไปทำอันตรายต่อกระเพาะปัสสาวะเป็นผลให้ไม่อาจบังคับ
การปัสสาวะได้ตลอดไปทั้งชีวิต"

กล่าวกันว่า การคุมกำเนิดชนิดเดียวในระหว่างสมัยของศาสดา (ศ็อลฯ) คือ "อัซล" การ
หลั่งข้างนอก ปัจจุบันศาสตร์ทางชีววิทยาการแพทย์ได้รับความสำเร็จในการทำให้เทคนิค
ต่างๆ สมบูรณ์โดยอาจจัดอยู่ในชนิดของการคุมกำเนิด ชั่วคราวและการคุมกำเนิดถาวร วิธี
การสมัยใหม่บางชนิดใช้สำหรับผู้ชายเท่านั้น ในขณะที่บางชนิดใช้กับผู้หญิง กล่าวกันว่าอิบ
นุตัยมียะฮ์ ไม่ได้ประณามการคุมกำเนิดของผู้หญิงแต่มีข้อเตือนในเรื่องการใช้การคุมกำเนิด
ของพวกเธอในขณะที่อิบนุนุญามอนุญาตให้ผู้หญิงคุมกำเนิดได ้ด้วยการเปรียบเทียบว่าอัซล
ได้รับอนุญาตในฐานะที่เป็นมาตรการของการระวังไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตามมีการสนับสนุนว่าเทคนิคสมัยใหม่ชั่วคราวอาจนำมาใช้ได้ แม้ว่าจะมัรูฮ์
แต่ก็ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) และในการเลือกใช้วิธีใดๆ ผู้หญิงต้องระมัดระวังว่าวิธี
การดังกล่าวจะไม่เป็นการเสี่ยงต่อสุขภาพของเธอไม่ว่าจะด้วยประการใด

ส่วนที่เกี่ยวกับวิธีการถาวรนั้น กล่าวกันว่าผู้เชี่ยวชาญกฎหมายหรืออุละมาอฺ ซึ่งใช้การ
เปรียบเทียบว่าการตอนเป็นสิ่งต้องห้าม (หะรอม) มีความเห็นว่าวิธีการทำหมันถาวรของผู้
ชายหรือผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาต เป็นการขัดกับจุดมุ่งหมายแห่งกฎหมายอิสลาม ซึ่งสนับสนุน
การแต่งงานเพื่อวัตถุประสงค์เบื้องต้นของการให้กำเนิดและยังเข้าข่ายเปลี่ยนแปลงลักษณะ
ดั่งเดิมของสิ่งต่างๆ ที่ให้กำเนิดขึ้นมาโดยอัลลอฮ์ด้วย

ท้ายที่สุดข้อสรุปที่ได้ก็คือ ในเมื่อการใช้วิธีคุมกำเนิดถูกถือว่ามักรูฮ์ (ไม่พึงปรารถนา)
ดังนั้นแพทย์มุสลิมที่กำหนดวิธีการใดๆ เหล่านี้ก็จะตกอยู่ภายใต้การจัดให้อยู่ในกลุ่มมักรูฮ์
ด้วย แต่ย่อมเป็นหน้าที่ของเขาที่จะกำหนดวิธีการดังกล่าวทั้งวิธีชั่วคราวและถาวรต่อคนไข้
ของเราถ้าในการตัดสินใจที่ดีของเขาเห็นว่า การตั้งครรภ์จะเป็นการเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกาย
จิตใจหรือชีวิตของผู้หญิง
 
 
มุฮัมมัด อิมรอน เขียน : ศิระ นวนมี แปล
ขอบคุณไทยอิสลามิคดอทคอท

ที่มา http://www.halalthailand.com/olips/index.php?category=3&page=1&subcat=3&ctop=ผู้หญิง




Comments on this page:
Comment posted by nkvuvwvke, 11/16/2012 at 2:01pm (UTC):
jz3Si6 <a href="http://iwlhxhtuawdy.com/">iwlhxhtuawdy</a>

Comment posted by Lai, 11/13/2012 at 7:30am (UTC):
Hahaahha. I'm not too bright today. Great post!



Add comment to this page:
Your Name:
Your message:

Today, there have been 20 visitors (82 hits) on this page!

** การศรัทธาของคนๆหนึ่งจะยังไม่สมบูรณ์จนกว่าเขา จะรักพี่น้อง(มุสลิม)ของเขา เช่นเดียวกับที่เขารักตัวของ เขาเอง ** (บันทึกโดย บุคอรี-มุสลิม) ** เท้าทั้งสองขอลูกหลานอาดัมจะยังไม่ก้าวเดินไปไหน ในวันกิยามะฮฺ จนกว่าจะถูกถามเกี่ยวกับอายุของเขาหมด ไปในทางใด จากความรู้ของเขาปฎิบัติตัวอย่างไร จากทรัพย์สมบัติของเขาได้มาและใช้จ่ายไปในทิศ ทางใด และจากร่างกายของเขาทรุดโทรมลงไปใน ทางใด ** (บันทึกโดย ติรมีซีย์ ) ===================== ส่งเมล์ถึงเว็บมาสเตอร์ ส่งเมล์ถึง Webmaster

อิสลามกับสันติวิธ๊

อาหารมุสลิมในเชียงใหม่

ศูนย์ประสานงานภาคเหนือ

สนง.อิสลามเชียงใหม่

พัฒนาชุมชนมุสลิม ชม.

muslimchaingmaithailand

องค์กรมุสลิมพัฒนาประชาธิปไตยภาคเหนือ

บอร์ดครอบครัวchumpon free website แจก java script code รวมของฟรีในเน็ต รวมเว็บไซต์ไทย --

====== ========= =========
=> Do you also want a homepage for free? Then click here! <=
ข้อความจากเว็บบอร์ด และที่อื่นๆ ที่เปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้แสดงความคิดเห็น นำเสนองานเขียน และแนะนำติชม ฯลฯ เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน sex in islam ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ เพราะไม่สารารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง พบข้อความที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดี แจ้งมาที่ เจ้าบ้าน เพื่อทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป